ีเขาคอยปกป้องแล้ว พวกเขาก็น่าจะผ่านไปได้ด้วยดี
……
เซี่ยผิงกั่งเห็นว่าราชครูหมดลมหายใจไปแล้ว
เขาก็ไม่ได้ร้องไห้ ตายังไม่แดงด้วยซ้ำ เขาเพียงแต่เปลี่ยนชุดไว้ทุกข์และจัดการเรื่องงานศพอย่างสงบ
งานศพยิ่งใหญ่
ราชครูอายุเจ็ดสิบกว่าปี เขาจากไปในวัยนี้ก็ถือว่าอายุยืนแล้ว
เพียงแต่เมื่อราชครูจากไป ในใจฮ่องเต้ก็ดูเหมือนจะขาดอะไรไปบางอย่าง พระองค์กังวลมากจนเกือบจะล้มป่วย โชคดีที่หลังจากที่รัชทายาทกลับมาแล้วก็เข้าวังไปพบทันที พระองค์จึงได้กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาบ้าง
เซี่ยเฉียวยังคงหมดสติอยู่
นางถูกส่งตัวกลับจวนรัชทายาทไปตั้งนานแล้ว
ในเมืองหลวง หลายคนกำลังรอข่าวการตายจากจวนของรัชทายาท แต่พวกเขากลับนึกไม่ถึงว่าจวนราชครูจะแซงหน้าไปก่อน
เซี่ยเฉียวหมดสติไปห้าวันเต็มๆ กว่าจะลืมตาฟื้นขึ้นมา
หลังจากที่นางลืมตาขึ้นมา เซี่ยเฉียวก็ตกใจนำไปก่อนแล้วก่อนจะเอ่ย “ดีกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มากทีเดียว พอจะมองโครงร่างของพวกเจ้าออก นี่คือรัชทายาท นั่นคืออาจารย์ คนที่ยืนอยู่ข้างหลังนั่น…อืม…น่าจะเป็นเมิ่งจี๋ฟังสินะ? เขาสวมเสื้อผ้าสีสว่างจัง มันแสบตา”
เมื่อเซี่ยเฉียวพูดเช่นนั้น จ้าวเสวียนจิ่งก็หันกลับมาและจ้องเขาทันที
เปลือกตาของเมิ่งจี๋ฟังกระตุก เขามองดูเสื้อผ้าของตนอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ก็ไม่สว่างนี่? มันก็ชุดนักพรตธรรมดาทั่วไป…เหมือนกับโม่…เหมือนกับศิษย์พี่ทั้งสีและแบบเลย!
“ทำไมท่านไม่พูดอะไรล่ะ ข้าไม่ได้ตาบอดเสียหน่อย