ู่ข้างกายนาง แต่ในช่วงสองวันที่ผ่านมานางรู้สึกว่า ถ้าหากนางเป็นคนชั่วร้ายก็คงไม่ให้โอกาสศัตรูหายใจ
“หากอย่างนั้นตอนที่ทำพิธีก็จะไม่สามารถช่วยชีวิต…”
“พี่ใหญ่ มันไม่เหมือนกัน หากข้าทำลายอาคมนี้ได้ ข้าก็สามารถช่วยราชครูและเด็กๆ พวกนั้นไว้ได้ครั้งหนึ่ง แต่ต่อให้ราชครูจะไม่เป็นอะไรเพราะอาคมชั่วร้ายนั้น เขาก็ต้องรับผลกรรมที่สะท้อนกลับไปอยู่ดี…ส่วนเหตุผลที่เขาจะต้องโดนอาคมสะท้อนกลับก็เพราะฮุ่ยไท่เฟยทำเรื่องชั่ว เคราะห์ภัยดังกล่าวพูดได้คำเดียวว่าเป็นการทำร้ายตัวเอง ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถทำอะไรได้”
ราชครูเป็นผู้บริสุทธิ์จริงๆ แต่ด้วยความสัมพันธ์ทางสายเลือดเขาจึงไม่มีทางหนีพ้นได้
หลังจากที่เซี่ยเฉียวตระหนักว่าตนเองไม่สามารถช่วยราชครูได้เลยจริงๆ นางก็รู้สึกหดหู่มากเช่นกัน
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง” สีหน้าเซี่ยผิงกั่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร “ข้ารู้แล้ว เจ้าพยายามให้ดีที่สุดก็แล้วกัน”
เซี่ยเฉียวรู้สึกประหลาดใจ ก่อนหน้านี้ตอนพี่ชายของนางได้ยินว่าราชครูจะมีอันเป็นไป เขามีสีหน้าย่ำแย่มาก ทำไมตอนนี้เขาจึงยอมรับง่ายๆ ได้?
เซี่ยผิงกั่งใช่ว่าจะไม่รู้สึกเสียใจ
เพียงแต่สองวันมานี้เขาไปหาราชครูเพื่อดูแลเขาและพยายามแสดงความกตัญญูอย่างดีที่สุด
หากเซี่ยเฉียวสามารถช่วยได้จริงๆ นางจะต้องทุ่มเทชีวิตเพื่อช่วยเขาแน่ ไม่มีทางทำอย่างขอไปทีเป็นเด็ดขาด ในเมื่อไม่ได้ก็คงไม่มีทางแล้วจริงๆ ก็ได้แต่ต้องยอมรับโชคชะตา
ราชครู