ี่ด่ากราดคนอื่นข้างถนนและทำตัวเละเทะสารเลวอย่างเจ้ายังจะมากราบอาจารย์อีกหรือ ไปหาเชือกมาแขวนคอตัวเองให้ตายไปเสียดีกว่า…”
“เจ้า!” ท่านเมิ่งโหวลุกขึ้นยืนและมองมาด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวทันที
มาด่าลูกชายเขาอย่างนี้ได้อย่างไร!
แต่โชคดีที่เขารู้ตัวว่าตนเองมาที่นี่ในวันนี้เพื่ออะไร เขาจึงยั้งตัวเองไว้ได้
“เจ้าทำไมหรือ ข้าเห็นว่าเจ้าเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไรนักหรอก เป็นขุนนางที่ดีน่ะใช่ แต่จะบอกว่าเป็นคนจิตใจดีได้หรือไม่นั้นก็ยังไม่แน่ บรรพบุรุษของพวกเจ้าจะต้องเป็นพวกมีพรสรรค์และความสามารถมากใช่ไหม เรื่องที่ดีๆ ที่บรรพบุรุษพวกเจ้าทำไว้ก็ตกทอดมาถึงพวกเจ้า ก็ยังนับว่าพวกเจ้าโชคดี” โม่หลิงจื่อกลอกตาใส่เมิ่งโหวทันที
ขุนนางผู้นี้นิสัยไม่ค่อยดี
เป็นคนประเภทที่จะลงมือทำเรื่องชั่วร้ายได้
แต่คนประเภทนี้ก็มีมาก และยังนับไม่ได้ว่าเป็นพวกชั่วช้าสามานย์ อีกอย่างคนผู้นี้ก็นับว่าเป็นคนมีโชคในหน้าที่การงาน
เมิ่งโหวหน้าแดงด้วยความโมโห แต่ก็ไม่สามารถโต้แย้งได้
บรรพบุรุษของตระกูลเขามีความสามารถมากมายจริงๆ และพวกเขาคือผู้ที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศและผู้คนมากมาย…
“ท่านปู่ ท่านดูลูกเจี๊ยบที่ข้าแกะสิ” จู่ๆ เหมิงเยี่ยนก็พุ่งออกมา แล้วเอาของที่อยู่ในมือให้โม่หลิงจื่อดู
“ซื่อ ซื่อ ซื่อจื่อตระกูลเหมิง?” เมิ่งจี๋ฟังปากอ้าตาค้างด้วยความตกใจ “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!”
ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนี้ของเขาก็คือเหม