าน?
“เรื่องที่เจ้าถูกคนมอมเหล้าแล้วลงชื่อจนเป็นหนี้เป็นแผนการที่หรงอ๋องส่งสาวงามมาจัดการ ถึงอย่างไรเงินพวกนั้นก็ต้องวนกลับไปอยู่ในมือของหรงอ๋องเป็นแน่ เขาจะเอาเงินมากมายขนาดนั้นไปทำไม นอกเสียจากว่าจะเอาไปซื้อม้าสะสมกำลังทหาร พรุ่งนี้ข้าจะเข้าวังและเอาหนังสือหนี้นี้ไปถวายฮ่องเต้เพื่อพิสูจน์ว่าเจ้าไม่มีความผิด เทียบกับเรื่องที่ผู้หญิงของหรงอ๋องทำให้เจ้าเดือดร้อนไปด้วยแล้ว เรื่องเงินนั้นจะสำคัญอะไร”
แน่นอนว่าเมื่อเอาหนังสือหนี้นี้ไปถวายให้ฝ่าบาทแล้ว เงินหนี้นั้นก็ต้องถวายให้ฝ่าบาทไปด้วย
เมิ่งจี๋ฟังเข้าใจแล้ว
สีหน้าของเขาซีดลงเล็กน้อย “หรงอ๋องคิดจะทำอะไรน่ะ กบฏหรือ เขามีคุณสมบัติไม่พอนี่? ฝ่าบาทยังมีโอรสอีกตั้งห้าคน แต่ละคนก็ยังมีชีวิตอยู่ด้วย!”
แม้ว่าจะมีสองคนที่ใช้การไม่ได้แล้ว แต่บัลลังก์ก็ไม่ตกไปถึงเขาแน่?!
กระทั่งว่าหากฝ่าบาทไม่มีโอรสจริงๆ การมอบบัลลังให้บุตรบุญธรรมก็ยังทำได้? ใครบอกว่าจะต้องมอบให้น้องชายด้วย
“ก็แค่ความฝันลมๆ แล้งๆ! ต่อให้รัชทายาทจะ…ก็ยังมีองค์ชายสี่!” ท่านเมิ่งโหวเองก็เห็นด้วย
องค์ชายหลานชายของเขายังไม่มีคุณสมบัติที่จะนั่งบัลลังก์ได้เลย หรงอ๋องจะนับเป็นอะไรได้
“ทำไมข้าถึงได้สับสนเลอะเลือนเช่นนี้…เข้าไปอยู่ในแผนการกบฏของหรงอ๋องเสียได้?” เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกมึนงงเล็กน้อย “แต่ข้าไม่ได้ทำจริงๆ นี่? ท่านพ่อ แล้วทำไมเรื่องที่หรงอ๋องคิดจะก่อกบฏถึงได้เปิดเผยออกมาง่ายๆ อย่าง