บคนอื่นจึงได้รู้ว่าครอบครัวของข้านั้นน่าอนาถเพียงใด!”
“ปีก่อนบ้านข้าได้ของทะเลมามากมาย ก็มีปะการังสีเลือดและไข่มุกขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งด้วย แม้ว่าของพวกนี้จะมีค่าควรเมือง แต่กิจการบ้านข้าก็เป็นแค่กิจการเล็กๆ เป็นแค่พ่อค้าคนกลางเท่านั้น เขากับชาวประมงไม่ได้ทำเงินมากนัก…สินค้าพวกนี้ก็มีคนสั่งจองไว้ก่อนแล้ว จึงไม่กล้าที่จะผิดสัญญาไม่ขายให้เขา”
“แต่อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนมาหาข้า บอกว่าต้องการจะรับของไป ทั้งยังให้ราคาต่ำมากด้วย คนผู้นั้นดุดันเกรี้ยวกราด ดูท่าทางไม่น่าหาเรื่องด้วย แต่ข้าไม่กล้ารับปากจริงๆ ได้แต่บอกเขาไปตามความจริง ตอนนั้นอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร แต่ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาจะลงมือเหี้ยมโหดทีหลัง!”
“ข้าโกรธจนแทบบ้าตอนที่รู้ความจริง แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย”
“พวกเขามีคนไม่น้อย ปกติแล้วจะฝึกยุทธด้วยกันในที่แห่งหนึ่ง และถูกเรียกตัวออกไปเป็นครั้งคราว ส่วนมากก็จะเป็นงานฆ่าคน แม้ว่าข้าจะเป็นวิญญาณ แต่เมื่อเห็นเรื่องพวกนั้นแล้วก็ยังรู้สึกหวาดกลัว”
“มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่คนผู้นี้ถูกนายของพวกมันเรียกตัวไป คนนั้นคือฮูหยิน…” ฝูอันข่ายเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวฟังมาถึงตรงนี้ก็สงสัยเล็กน้อย “ฮูหยิน?”
หรือจะเป็นชายาหรงอ๋อง?
แม้ว่าโหงวเฮ้งของชายาหรงอ๋องจะไม่ได้ดีมาก แต่นางก็ไม่ได้ดูชั่วร้ายขนาดนั้น ไม่น่าที่จะทำเรื่องเปื้อนเลือดอะไรขนาดนี้ได้เลย
“ใช่แล้ว เป็นฮูหยินคนหนึ่ง พวกเขาเรียกนางว่าพระสนม…ดูเหมือนจะเป