แต่รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปก็จะเปลี่ยนแปลงจิตใจไปด้วย…
มองแรกๆ อาจจะดูกระสับกระส่ายเล็กน้อย แต่พอมองนานๆ เข้าก็ย่อมจะมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้ง
พวกนางใช้เวลาไม่นานก็เปลี่ยนเสื้อผ้าองค์หญิงใหญ่เสร็จภายใต้เสียงคำรามด้วยความไม่พอใจของนาง
แม้แต่เส้นผมเซี่ยเฉียวก็ให้คนหวีใหม่อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรซ่อนอยู่แล้ว
จากนั้นก็เป็นของมากมายกองหนึ่ง
เซี่ยเฉียวคุ้ยดูอย่างละเอียดสักพัก
จากนั้นนางก็เห็นจี้กลวงๆ ชิ้นหนึ่งซึ่งอยู่บนปิ่นปักผม มันดูไม่โดนเด่นอะไรนัก
เซี่ยเฉียวหยิบของชิ้นนั้นขึ้นมา
และนำมันออกไปให้หร่วนฮูหยินและองค์ชายสี่ดู “คือของสิ่งนี้”
เซี่ยเฉียวเปิดจี้ที่กลวงออกและพบว่าข้างในมีของสีดำอยู่ นางไม่ได้สัมผัสมันด้วยมือของตนเองโดยตรง แต่ดึงปิ่นสีเงินบนผมออกมาออกมาแล้วเขี่ยมันดูเล็กน้อย ก่อนที่จะขมวดคิ้ว “น่าจะเป็นของที่ทำจากผมและเลือดของนางเองและเก็บไว้บนร่างนางเพื่อหล่อเลี้ยงพลัง”
หร่วนฮูหยินเห็นว่ามันเป็นแค่ของสกปรกก้อนหนึ่งเท่านั้น
แต่พอปรมาจารย์พูดขึ้นมาเช่นนั้น นางก็รู้สึกอึดอัดไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
“จะรู้ได้ไหมว่าเป็นใคร” หร่วนฮูหยินเอ่ยถาม
“ข้าไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนทำก้อนดำๆ นี้ขึ้นมา แต่ประเดี๋ยวข้ากลับไปทำพิธีแล้ว มันย่อมจะสะท้อนกลับไปยังคนทำ ส่วนใครเป็นผู้ให้จี้มา และใครเป็นผู้จัดหานางกำนัลน้อยที่สักให้องค์หญิงใหญ่ ข้าคิดว่าพระสนมหร่วนน่าจะสืบหาคำตอบได้”
หร่วนฮูหยินจ้องหน้านา