นรังเกียจ ไม่แน่ต่อไปข้าก็อาจจะต้องไปเร่ร่อนตามถนนกับท่านเพื่อดูดวงให้คนอื่น อาจารย์ท่านมักจะล่วงเกินผู้อื่น สุขภาพร่างกายของท่านก็ไม่ดี ถ้าหากท่านถูกทุบตีตอนกำลังดูดวงอยู่นั้น ชีวิตน้อยๆ ของศิษย์…เฮ้อ…” เซี่ยเฉียวพูดจบก็ถอนหายใจเบาๆ และมีท่าทางกังวลใจอย่างมาก
“ช่างรู้จักขู่ข้านักนะ” โม่หลิงจื่อขึงตาใส่นางเล็กน้อย “เมื่อก่อนที่ร่างกายเจ้าไม่ดี เจ้ายังไม่พูดมากเท่านี้เลย”
ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า พูดนั่นโยงนี่ เขาฟังจนเหนื่อยเลย
เซี่ยเฉียวยกยิ้มท่าทางได้ใจ
แม้ว่าคำพูดของอาจารย์อาจทำให้คนอื่นขุ่นเคือง แต่เขาให้ความสำคัญกับเรื่องของนางเสมอ ต่อให้เขาจะเมาแล้ว เขาจะไม่พูดอะไรเหลวไหลออกไป
แน่นอนว่า มันเป็นผลจากการ ‘สั่งสอน’ ของนางตั้งแต่ตอนที่นางยังเป็นเด็ก
นางฉวยโอกาสตอนที่อาจารย์เมาหลอกล่อให้เขาพูดไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทุกครั้งที่ทำสำเร็จ เขาจะถูกหักเงินค่าเหล้าจำนวนมาก พอเป็นอย่างนั้นหลายครั้งเข้า เมื่อพูดถึงนาง อาจารย์ก็จะใช้สมองมากขึ้นเล็กน้อย
โม่หลิงจื่อท่าทางผิดหวังเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทางเซี่ยเฉียวมีชีวิตชีวาแล้ว เขาก็มีความสุขขึ้นหน่อย
เขาคิดถูกแล้วที่มาเมืองหลวง
ดูตอนนี้สิ ใบหน้าน้อยๆ นั้นมีสีแดงระเรื่อ ความเร็วในการพูดของนางก็ไม่เปลี่ยนแปลง ฟังดูหนักแน่น อาการไอก็น้อยลง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอาการเป็นลมหมดสติเลย
โม่หลิงจื่อจึงรู้สึกดีกับครอบครัวเซี่ยหนิวซานและรัชทายาทขึ้นมากโดย