มากมาย ท่าทางน่าเกรงขามทีเดียว แต่ข้ามองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเขามีเคราะห์ ก็เลยเอ่ยเตือนเขาไปเล็กน้อย สมองของคนผู้นี้มีปัญหา พอเขาได้ฟังที่ข้าพูดก็เชื่อจริงๆ หลังจากนั้นเขาก็ยืนกรานที่จะติดตามข้าไปด้วย บอกว่าข้าเป็นผู้วิเศษ เขาตื๊อข้าหนักมาก กว่าจะหนีมาได้ไม่ง่ายเลย แต่กลับต้องมาพบเจอกันอีก หลังจากที่พบเขาอีกครั้ง ขบวนรถม้าของเขาก็พบกับภัยอันตราย คนที่มากับเขาโดนหินถล่มใส่กันหมด…”
มีแต่เขาคนเดียวที่รอดมาได้
นอกจากของที่เขาให้ไว้เพื่อแก้ไขคราวเคราะห์ของเขาแล้ว คนผู้นี้ก็ยังพกของอย่างอื่นติดตัวด้วยจึงรอดเคราะห์ใหญ่ทั้งสองนั้นมาได้
เขาแค่ถูกหินกระแทกศีรษะจนโง่ๆ ไปบ้าง
จะให้เขามองดูเด็กคนนี้เร่ร่อนอยู่บนถนนโดยไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ เขาก็เลยพามาด้วย เขาคิดว่าเด็กคนนี้มีสำเนียงแบบคนเมืองหลวง หากพาเขามาด้วยจะได้ช่วยตามหาครอบครัวให้เขาได้
ใบหน้าของเด็กโง่สกปรกมอมแมม มองไม่ออกว่าหน้าตาอย่างไรกันแน่ เวลานี้โม่หลิงจื่อเองก็ยอมไปอาบน้าอาบท่าแล้ว เขาให้คนนำทางไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยเสียก่อน
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม ชายชราและชายหนุ่มก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งต่อหน้าพวกเขา
แล้วจ้าวเสวียนจิ่งก็แทบสำลักเมื่อเห็นผู้ที่มา
มือที่ถือจอกชาสั่นไหว ท่าทางเขาดูประหลาดมาก
“ทำไมหรือ” เซี่ยเฉียวงุนงงเล็กน้อย
จ้าวเสวียนจิ่งชี้ไปที่เจ้าโง่คนนั้น “เจ้ารู้ไหมว่าเขาเป็นใคร”
“ข้าไม่รู้?” สีหน้าเซี่ยเฉียวสับสน
เจ้าโง่วิ่ง