นี้มาก องค์ชายสี่ที่ไม่ชอบคนต่ำช้าหยาบคายก็ยังรักใคร่ตัวลูกพี่ลูกน้องคนนี้
แม้แต่ตัวเมิ่งจี๋ฟังเองก็เคยเป็นแขกของในวังบ่อยๆ ฮ่องเต้ทรงให้ความสำคัญกับเด็กหนุ่มสาวพวกนี้มาก ตอนที่เขายังเด็กก็ยังได้รับคำชมอยู่บ่อยครั้ง เพียงแต่ต่อมาคนที่บ้านเขาเห็นว่าเขาเอาแต่เที่ยวเล่นรักสนุกจึงไม่กล้าส่งเขาเข้าวังอีกด้วยกลัวว่าฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็นเขาแล้วจะทรงผิดหวัง
วันนี้เขาออกจากบ้านและกลับไปพร้อมกับสาวงามสองคน ทั้งยังเป็นพวกต่างเผ่าพันธุ์ หากท่านโหวเมิ่งไม่โกรธสิจึงจะเป็นแปลก
เขาโดนตำหนิว่ากล่าวหลายคำ
แต่มันก็ไร้ประโยชน์
ท่านโหวเมิ่งผู้นี้มากแผนการ ยามที่คิดจะกล่าวหารัชทายาทแล้ว แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใดเขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้ผ่านไป แต่พอเป็นลูกของตนเอง เขากลับทำไม่ลง
จะให้เขาลงไม้ลงมือทุบตีก็ทำไม่ลง ถึงจะดุด่าว่ากล่าวก็แค่ไม่กี่คำเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วเขาก็คิดว่าพวกนางก็แค่นักร้องสองคนเท่านั้น ไม่ใช่นางข้างห้องหรืออนุภรรยาใดๆ ทั้งนั้นก็เลยปล่อยให้เขาทำตามใจ
ในเมื่อท่านโหวเมิ่งไม่พูดอะไร คนอื่นๆ ในบ้านก็ยิ่งไม่สนใจ
พอเมิ่งจี๋ฟังนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ตนเองถูกพวกรัชทายาทกดข่มมาก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้เขาก็รู้สึกราวกับว่าในบ้านเป็นสวรรค์
วันๆ เขาเอาแต่เรียกเพื่อนกินเพื่อนเล่นพวกนั้นมาฟังดนตรีเต้นรำกันเพื่อแก้เบื่อ
แต่เขาเองก็ไม่ได้ทำตามอำเภอใจโดยสมบูรณ์เสียทีเดียว
หลังบ้านเขามีผู้หญิงไม่มาก เขา