องนี้ใส่ใจแล้ว หลังจากที่เขากลับไปแล้วจะต้องให้ราชครูตรวจสอบอย่างละเอียดอีกทีโดยไม่ต้องรอให้เซี่ยเฉียวเตือน
จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้คิดว่าเซี่ยเฉียวไม่น่าเชื่อถือ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวพันถึงบ้านเมือง จึงไม่สามารถที่จะตัดสินใจได้ด้วยคำพูดของเซี่ยเฉียวเพียงฝ่ายเดียว ต้องรอให้ราชครูเป็นผู้เอ่ยปากเพื่อให้ขุนนางข้าราชบริพารในราชสำนักได้หารือกัน เช่นนี้จึงจะสามารถดำเนินการแผนการสะสมเสบียงอาหารและเพิ่มกำลังทหารได้
“ข้าว่าเรื่องกบฏไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงมากนัก น่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ควรให้ความสนใจเรื่องภัยแล้งมากกว่า” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ได้ ข้าเข้าใจแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งแทบอยากจะรวบตัวเซี่ยเฉียวเข้าไว้ในอ้อมกอดของตน
เขามองออกว่าร่างกายของเซี่ยเฉียวน่าจะได้รับผลกระทบจากการดูดวงดาวในครั้งนี้อยู่บ้าง
มีคำกล่าวที่ว่าความลับสวรรค์ไม่อาจเปิดเผยอยู่ไม่ใช่หรือ
เวลานางดูโหงวเฮ้งให้คนอื่นและเอ่ยทักออกมาไม่กี่คำยังต้องพยายามเก็บค่าทำนายให้ได้เลย เรื่องเงินตอนนี้…
จู่ๆ จ้าวเสวียนจิ่งก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หยิบตั๋วเงินสองใบออกมาจากอกเสื้อและยัดมันให้เซี่ยเฉียว “ข้าในฐานะรัชทายาท ต้องขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่ที่ช่วยไขข้อสงสัยให้”
เซี่ยเฉียวงุนงงเล็กน้อย
แต่แล้ว…
นางก็รับตั๋วเงินนั้นไว้
ตั๋วเงินมาถึงมือนางแล้ว แม้จะเป็นของคนในครอบครัวก็ควรจะรับไว้นี่นะ?
นางรู้ว่าจ้าวเสวียนจิ่งกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ในคว