มเตียงแล้วมองไปที่พื้นอีกครั้ง
ทันใดนั้นนางพบว่าท่ามกลางกระดานไม้ที่ระเกะระกะมากมายมีกระดานไม้สั้นๆ อยู่แผ่นหนึ่ง นางหยิบมันขึ้นมาดู…
“ป้ายวิญญาณของหงไช่สะใภ้เอ้อเหนียง” เซี่ยเฉียวอ่านมันออกมาด้วยความรู้สึกจนใจ จากนั้นก็ส่งมันให้เมิ่งจี๋ฟัง “วันนั้นเจ้าเหยียบนางหรือเปล่า”
เดิมทีป้ายวิญญาณนี้ก็มีฐานตั้งอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานหลายปี ไม้ผุผังไปบ้าง ฐานไม้นั้นจึงหลุดแยกออก ทำให้ป้ายวิญญาณนี้วางอยู่บนพื้นเหมือนกับแผ่นไม้ทั่วไปอื่นๆ
ตอนที่เมิ่งจี๋ฟังมาถึงที่นี่ในวันนั้นก็มืดค่ำแล้ว เขาคงไม่ได้มองของพวกนี้ให้ละเอียดหรอก
ต่อให้เป็นเช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็จะต้องรีบร้อนที่จะจากไปจนเพิกเฉยมัน
เมิ่งจี๋ฟังเองก็งุนงงไปหมดแล้ว “ข้า ข้าไม่รู้จริงๆ นี่”
“ไม่ใช่เพราะเจ้าตาบอดมองไม่เห็นหรอก แต่นางก็อยู่ที่นี่ของนางคนเดียวมานาน จู่ๆ เจ้าก็โผล่มาเหยียบนาง ใครจะมันจะไปพอใจได้” เซี่ยเฉียวพูดช้าๆ แต่แทงใจดำ
ยิ่งไปกว่านั้นไช่เอ้อเหนียงคนนี้ยังมีความแค้นอยู่ในใจ นางรู้สึกว่าตนเองถูกคนอื่นเพิกเฉยอยู่เสมอ จึงได้ไม่ยอมไปเกิดใหม่เสียที
ตอนนี้นางก็ตายไปแล้ว เมิ่งจี๋ฟังก็ยังมาเพิกเฉยมองข้ามนางไปอีก
นางระบายความแค้นไม่ได้จึงได้ติดตามเขาไป
อันที่จริงวิญญาณตนนี้ก็ยังพอพูดจารู้เรื่องอยู่
ตอนที่นางถามก็ตอบแบบจริงใจไม่มีการโกหก กับเมิ่งจี๋ฟังนางก็แต่ติดตามเฉยๆ ไม่ได้สร้างปัญหาอื่นใด ไอแค้นมากมายขนาดนี้แต่นางก็ยังสามารถ