่สู้นางลากเขาไปด้วยเลยดีกว่า จะได้ถือโอกาสท่องเที่ยวดูบรรยากาศในช่วงฤดูใบไม้ผลิกับรัชทายาทแก้เบื่อไปด้วยเลย
แต่นางเป็นโม่ชูเซิงก็คงไม่สามารถที่จะใกล้ชิดรัชทายาทได้ หากาอย่างนั้น…
นางเชิญศิษย์น้องคนอื่นๆ ไปด้วยกันเสียเลยจะดีกว่า จะได้มีคนคอยดูแลและไม่ต้องกลัวคนนินทาด้วย
พอเมิ่งจี๋ฟังได้ยินว่านางจะพาคนไปด้วย เขายิ่งรู้สึกไม่วางใจยิ่งขึ้นไปอีก
นักพรตผู้นี้คงไม่ได้คิดที่จะลอบสังหารเขาใช่ไหม หากเขาตายไปแล้ว บิดาของเขาก็จะต้องสะเทือนใจอย่างหนัก ไม่สามารถขัดขวางรัชทายาทได้ไปสักระยะหนึ่ง!
“อย่างนั้นข้าก็จะพาคนไปด้วย!” ถึงเวลาที่สหายพวกนั้นจะต้องช่วยเหลือเขาแล้ว!
“ได้” เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้ปฏิเสธเขา
หลังจากที่เซี่ยเฉียวพูดจบ นางก็หยิบกระดาษยันต์แผ่นหนึ่งออกมามอบให้เขา “พกติดตัวไว้ วันนี้เจ้าจะได้หลับพักผ่อนดีๆ สักวันเพื่อปรับสภาพจิตใจเสียหน่อย”
เมิ่งจี๋ฟังเห็นกระดาษยันต์แล้วก็ลอบหายใจข้างใน
ตอนที่เขาเห็นเงาไร้ศีรษะเมื่อครู่นี้ เขารู้สึกกลัวมากจริงๆ เขายังนึกว่าคืนนี้ตนเองจะต้องอกสั่นขวัญแขวนอีกแล้ว แต่ตอนนี้เขามียันต์เหลืองนี้แล้วก็พอจะสงบจิตสงบใจได้บ้าง
โดยไม่รู้ตัวเขาก็ไม่ได้สงสัยในคำพูดของโม่ชูเซิงมากเท่าไรแล้ว
หลังจากที่เซี่ยเฉียวส่งคนผู้นี้กลับ นางก็เดินทางไปยังสำนักศึกษาหลวงเพื่อไปหาเหล่าศิษย์น้องของนาง
บังเอิญตอนที่นางถึงได้ไม่นานนัก เจียงจิ้นลู่ก็นั่งรถม้ากลับมาด้วยสภาพคลุกฝุ่นพอดี