ปที่หอส่องชะตาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เคยคิดที่จะไปวัดอวี้ซวีอยู่เหมือนกัน แต่ก็คิดว่าแม้เขาจะไม่ชอบโม่ชูเซิง แต่ความสามารถของนางก็เป็นของจริง หลังจากที่เขาคำนวณสถานการณ์ของตนเองอย่างถี่ถ้วนแล้ว ก็พบว่า ถ้าหากให้นางเป็นคนจัดการของสกปรกนี้ออกไปก็น่าจะราบรื่นกว่า!
เซี่ยเฉียวเห็นเมิ่งจี๋ฟังกลับมาก็อดรู้สึกชอบใจไม่ได้
ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านไปไม่นานเอง แต่คนผู้นี้กลับผ่ายผอมลงมาก หนังตาก็ตกห้อยดูเหมือนคนเพิ่งดื่มเหล้ามา ผิวของเขาก็คล้ำลงมากเช่นกัน เขาก็ดูไม่เหมือนคุณชายที่ร่าเริงอีกต่อไป
“ท่านขำข้าหรือ” เมิ่งจี๋ฟังมักจะรู้สึกว่าสายตาของนักพรตปีศาจผู้นี้ขัดตานัก
แล้วนางยิ้มอะไร
ทำหน้าตาสูงส่ง แสร้งทำเป็นใจดีมีเมตตาและลึกลับ แต่กลับเห็นได้ชัดว่ามีกลิ่นไม่ดี!
“เจ้าแน่ใจหรือว่าข้ายิ้มให้เจ้า” เซี่ยเฉียวแย้มยิ้ม น้ำเสียงลึกลับเล็กน้อย
“ก็ที่นี่ไม่มีคนอื่น…” เมิ่งจี๋ฟังเพิ่งพูดขึ้นมาก็นึกได้ว่ายังมีของสกปรกตามเขาอยู่ เขาจึงต้องกลืนคำกลับนั้นลงไป และอดตัวสั่นเทาไม่ได้ “หรือว่าพวกท่านรู้จักกัน? หากรู้จักกันก็ดีเลย ท่านให้เขาไปเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องมาตามข้าแล้ว!”
เซี่ยเฉียวนั่งนิ่งไม่ขยับ
เมิ่งจี๋ฟังโกรธจนควันออกหู เขานำตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงออกมาวางลงตรงหน้าเซี่ยเฉียว “นี่น่าจะพอแล้วนะ?”
เซี่ยเฉียวพยักหน้าน้อยๆ “พอแล้ว”
เซี่ยเฉียวพูดจบก็จุดธูป
วิญญาณเงานี้ซ่อนตัวเก่ง พอมันไปอยู่ในเงาแล้วก็จะจับได้ยากเหมือนกับวิ