นไป ถ้าหากนางให้พวกเขาใช้น้ำตาวัวอีกก็อาจจะเกิดเรื่องกับพวกเขาได้
นอกจากนี้
แม้ว่ารูปลักษณ์ของฟู่ฮั่นเหวินในตอนนี้จะดูดีกว่าวิญญาณทั่วไปมาก แต่ก็ยังห่างไกลจากตอนที่เขามีชีวิตมากโข
ร่างกายของเขาหนาวเย็นน่าสงสาร หากมารดาของเขาเห็นเข้าก็คงยากจะผ่านความทุกข์ในใจนี้ไปได้
“เป็นตายขึ้นอยู่กับโชคชะตา ทุกท่านอย่าได้ทุกข์ใจไปเลย” เซี่ยเฉียวได้แต่ถอนหานใจออกมาเท่านั้น
เซี่ยเฉียวพูดจบก็หันไปมองแม่นางพานเจียวผู้นั้นพลางเอ่ยขอโทษ “เมื่อครู่นี้ข้าพูดจาไม่เหมาะสมออกไปก็เพราะสถานการณ์บังคับ…ต้องขอโทษจริง”
พานเจียวร้องไห้พลางส่ายศีรษะ
“ภาพนั้น…” เซี่ยเฉียวราวกับกำลังกลืนก้อนหินทั้งก้อนลงไปกระนั้น นางพูดไม่ออกเล็กน้อย “ข้า…ตอนนั้นข้าแค่เห็นว่าภาพตอนที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันนั้นงดงามมาก จึงได้วาดพวกเจ้าทั้งสองลงในภาพโดยไม่ได้ขออนุญาต กลับนึกไม่ถึงว่าจะเป็นการกระตุ้นให้เหยียนเค่อเป่า…”
เซี่ยเฉียวเองก็รู้สึกผิดมาก
นางโค้งตัวลงประสานมือคารวะบิดามารดาตระกูลฟู่
บิดามารดาตระกูลฟู่ร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้ง นายท่านฟู่รีบเข้าไปประคองนางทันที “ปรมาจารย์แค่บังเอิญผ่านมาพบเท่านั้น เด็กคนนี้…มีความแค้นอยู่ในใจแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ทำเรื่องชั่วร้ายในวันนี้ เกรงว่า…ภายภาคหน้าก็คงหนีไม่พ้น…”
มารดาแซ่ฟู่เองก็พยักหน้า
พวกเขาไม่ใช่พวกที่ไม่รู้ความ
ลูกชายของเขามีความสัมพันธ์อันดีกับเจียวเหนียงและมักอยู่ด้วยกันบ่อยๆ เดิมทีต่อไปก็จ