็ยังเป็นพี่ภรรยาของรัชทายาทอยู่ดี เขาไม่ควรทำให้รัชทายาทอับอายต่อหน้าคนอื่น ก็เลยรับผ้าเช็ดหน้ามาอย่างอดทน “ก็ได้”
เขาถือผ้าเช็ดหน้า ชำเลืองมองเล็กน้อย แล้วก็เช็ดๆ ถูๆ มือแค่ครู่เดียว ผ้าเช็ดหน้าที่เดิมทีเรียบกริบและมีกลิ่นหอมก็กลายเป็นก้อนสกปรกๆ ก้อนหนึ่ง
“ขอบคุณเจ้ามาก” เซี่ยผิงกั่งเช็ดเสร็จแล้วก็ไม่ลืมกล่าวขอบคุณ แล้วก็เอาผ้าเช็ดหน้ายัดกลับใส่อกเสื้อของซังโหยวทันที “สหาย เจ้าชื่อว่าอะไร เป็นศิษย์น้อง…ของฝ่าบาทใช่ไหม”
เขาสามารถยืนอยู่กับฝ่าบาทได้ก็น่าจะเป็นศิษย์สำนักเดียวกันแล้ว
สีหน้าซังโหยวซีดลงไปทันที
ผ้าเช็ดหน้าแขวนอยู่กลางหน้าอกของเขาแบบนี้ จะเอามันออกหรือจับมันไว้ก็ไม่ได้ เขารู้สึกว่ามีสิ่งสกปรกจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังคืบคลานและก่อความหายนะบนตัวเขา ทำให้เขาต้องลุกขึ้นยืนด้วยอาการขนลุก
แต่ด้วยมารยาททางสังคมทำให้เขาไม่สามารถจะโยนมันทิ้งได้
เจียงจิ้นลู่ที่ทนดูไม่ไหวอีกต่อไปเอาผ้าเช็ดหน้าออกให้เขา เขาจึงสามารถกลับมาหายใจเป็นปกติได้อีกครั้ง
เวลานี้ซังโหยวยิ้มไม่ออกจริงๆ เขามองเซี่ยผิงกั่งเหมือนกับว่าเขาได้เห็นภูเขาพิชิตได้ยากที่สุดในชีวิต และมีความคิดขึ้นมาอย่างกะทันหันว่าในชั่วชีวิตนี้เขาไม่อยากจะพบเจอคนผู้นี้อีกเป็นครั้งที่สอง
“ฝ่าบาท เป็นการจมน้ำตายพ่ะย่ะค่ะ วันนี้ทะเลสาบเย็นเป็นน้ำแข็ง เขาสวมเสื้อผ้าหนักและหนา จึงไม่สามารถลอยขึ้นมาได้พักหนึ่ง” เซี่ยผิงกั่งทำงานอยู่ที่ศาลตัดสินคด