ผิงกั่งขึงตาใส่พวกคนมุงและไล่พวกเขาไปที่ศาลาทันที เพื่อไม่ให้มีผลกระทบใหญ่โตเกินไป
ซังโหยวเกือบจะหัวใจวายตายเพราะสายตาดุดันของเซี่ยผิงกั่ง
“สมกับเป็นคุณชายเซี่ยผู้โด่งดังจริงๆ…ดุดันไม่เกรงใจใครเสียยิ่งกว่าที่เขาลือกันอีก” ซังโหยวเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก พอพูดจบแล้วเขาก็เลือกที่จะไปที่ศาลา ไม่กล้าจะอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว
คุณชายเซี่ยผู้นี้เหมือนกับจะกินคนอย่างนั้น เขารู้สึกว่าเซี่ยผิงกั่งอาจจะลงไม้ลงเมื่อเมื่อไรก็ได้ตลอดเวลา
แต่ก่อนที่เขาจะจากไปก็ยังไม่ลืมรัชทายาทและศิษย์พี่ใหญ่ ซังโหยวมองทั้งสองด้วยแววตาลึกซึ้ง “ฝ่าบาท ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเราไปรอที่ตรงโน้นกันดีกว่า…พวกเราอยู่ก็ช่วยเรื่องคดีไม่ได้หรอก…”
“ศิษย์น้องไปก่อนเถอะ ไม่ต้องสนใจพวกเรา” เซี่ยเฉียวโบกมือให้เขา ไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนตัวไปไหน
“ศิษย์พี่ซิง ข้าจะอยู่ดูอะไรหน่อย” เจียงจิ้นลู่รีบเอ่ย
ซังโหยวรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยกับฉากที่โหดร้ายอย่างนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่รัชทายาทและคนจากศาลตัดสินอยู่ใกล้ๆ ในฐานะปรมาจารย์สอนศิลปะ เขาอยู่ที่นี่ไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงเลือกที่ไปรอที่อื่นดีกว่า
ส่วนในเวลานี้เซี่ยผิงกั่งก็จ้องหน้าหญิงสาว “เจ้ารู้จักคนผู้นี้? พวกเจ้ามาด้วยกันหรือ”
เขาพยายามเต็มที่ที่จะทำให้ตนเองดูใจดีขึ้นมาแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาเกิดมาพร้อมกับใบหน้าที่ดุร้าย และคุณลักษณะนี้ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ มันก็ยังทำให้นางหวาดกลัวอยู่ดี