นานาที่เขามีต่อศิษย์พี่ใหญ่เป็นเพราะเขาไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี…
ตอนที่พวกเขาดูภาพวาดเสร็จแล้วและต้องการไปคารวะศิษย์พี่ใหญ่ พวกเขาก็เพิ่งรู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่ออกไปเดินเล่นเสียนานแล้ว
ทั้งสามคนต่างก็รู้สึกละอายเล็กน้อย
เป็นเพราะเมื่อครู่นี้พวกเขามัวแต่มองภาพเพลินไปหน่อยจนลืมว่าอวิ๋นเวยตัวจริงอยู่ข้างๆ ด้วย
“ศิษย์พี่ใหญ่เล่า…” เซียวอวี้หรงรู้สึกว่าหัวใจเขากลับมาเต้นเป็นปกติแล้ว
ศิษย์พี่ใหญ่ที่ร้ายกาจขนาดนี้ เขา…ปล่อยไปไม่ได้จริงๆ!
สายตาของเขามีประกายเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“บางทีอาจจะเป็นเพราะท่าทางที่พวกเจ้ามองดูภาพวาดนั้นดูน่าเกลียดมาก แต่ละคนน้ำลายไหลตาลุกวาว ช่างน่ากลัวจริงๆ ศิษย์พี่ใหญ่ก็เลยทนไม่ไหวต้องหนีไป” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเนิบช้า
เซียวอวี้หรงลูบคางตนเองโดยไม่รู้ตัว เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
เมื่อสักครู่นั้นเขาเอาแต่มองภาพวาดไม่ได้คุยอะไรกับศิษย์พี่ใหญ่เท่าไรเลย น่าเสียดายจริงๆ!
ส่วนซังโยวในเวลานั้นกลับหยิบกระจกทองแดงขนาดเล็กออกมาจากอกเสื้อของเขาด้วยความไม่อยากเชื่อก่อนจะจ้องมองใบหน้าตนเองในกระจกอย่างพินิจพิจารณา
ไม่มีทางที่เขาจะแสดงสีหน้าอัปลักษณ์เช่นนั้นได้…
“นึกไม่ถึงเลยว่าศิษย์พี่ใหญ่จะเชี่ยวชาญการวาดภาพขนาดนี้ ทิวทัศน์นี้ดีจริงๆ ข้าคิดว่าหลังจากกลับไปข้าจะพิจารณามันอย่างถี่ถ้วนและแต่งบทกวีและจารึกไว้ในภาพวาด…”
เขาพูดยังไม่ทันจะจบ จ้าวเสวียนจิ่งก็เอ่ยแรกขึ้นทันที “ศิษย์พี่ใหญ่อ