นทันทีจนในใจพวกเขารู้สึกหนาวเหน็บตามไปด้วย
จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้มีความกังวลแม้แต่น้อย
เขาเห็นทักษะการเดินหมากของเซี่ยเฉียวมาก่อนแล้ว พวกเขาต่างก็ทัดเทียมกัน
เซี่ยเฉียวชนะได้อย่างรวดเร็วอย่างที่คาด
กระทั่งว่าคุณชายที่วางหมากกับเซี่ยเฉียวผู้นั้นหน้าซีดจนน่ากลัว มือของเขาสั่นเทา แต่เขาก็ยังรู้ความ “เป็นผู้น้อยที่ไม่รู้…ล่วงเกินผู้อาวุโสแล้ว…”
“ไม่เป็นไรๆ แค่ศึกษาศิลปะการเดินหมากเท่านั้น” เซี่ยเฉียวยิ้ม
คนผู้นั้นหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต
คนภายนอกมองดูการจบเกมบนกระดานหมากแล้วก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
เซี่ยผิงไหวดูอยู่นานก็ยังไม่ได้เข้าใจอะไร แต่เขาก็ยังประหลาดใจอยู่ดี “ปรมาจารย์ท่านสุดยอดจริงๆ! หากข้ารู้อย่างนี้ ข้าจะกราบอาจารย์คนอื่นทำไม ข้าไปเรียนกับท่านไม่ดีกว่าหรือ! ท่านและพี่สาวของข้าเป็นอาจารย์อาและศิษย์หลานกัน มาจากวัดเดียวกันด้วย!”
นางยังเหมาะกว่าตาเฒ่าเซียวนั้นมากโข!
ดูตาเฒ่าเซียวเอาแต่พูดอะไรฟังไม่รู้เรื่อง พอมาดูปรมาจารย์โม่สิ นางสงบนิ่งและลึกลับ!
ปรมาจารย์โม่เก่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด!
“มีอาจารย์สักคนก็ไม่เลวแล้ว เจ้ายังกล้าเลือกมากอีก?” เซี่ยเฉียวได้ยินที่เขาพูดแล้วก็รังเกียจนัก “ไม่รู้ความเช่นนี้ ยังไม่ไปคุกเข่าขอโทษอาจารย์เจ้าอีก!”
“ทำไมข้าต้อง…” ฟังท่านด้วย!
เซี่ยเฉียวมองเขาอย่างเงียบๆ
ไม่รู้เพราะอะไรใจของเซี่ยผิงไหวตกวูบลงทันที เขารู้สึกคุ้นเคยกับอารมณ์นี้เล็กน้อย แล้วเขาก็ยอม