ละพอจะมีภาพจำอยู่บ้าง
แต่ไม่ได้มีภาพจำตอนก่อนที่นางจะเป็นลม ทว่าเป็นภาพตอนที่แม่นางผู้นี้อยู่ด้วยกันกับท่านหญิงจวนหย่งหลินอ๋องก่อนหน้านี้ ตอนนั้นแม่นางน้อยผู้ท่าทางเหมือนกับสุนัขที่ตามติดเจ้านาย
นางเองก็ไม่ได้รู้จักคุ้นเคยกับแม่นางผู้นี้ ก็ไม่รู้ว่านางไปกินพลุมาหรืออย่างไรถึงได้ระเบิดตูมตามขนาดนี้
“นางเป็นน้องสาวของลูกพี่ลูกน้องของข้า ญาติห่างๆ น่ะ” อวี๋เซียนเอ่ยอย่างไม่เกรงใจสักนิด
โจวซือจินขึงตาใส่อวี๋เซียน ไม่รู้จักชั่วดีเอาเสียเลย
ตระกูลโจวของพวกเขามีบรรดาศักดิ์นะ! บิดามารดาของอวี๋เซียนตายไปแล้วแท้ๆ แต่นางพูดราวกับว่าตระกูลโจวของพวกนางเกาะตระกูลอวี๋ของนางไม่ยอมปล่อยอย่างไรอย่างนั้น!
เซี่ยเฉียวได้ยินแล้วก็เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น “รบกวนเจ้าแล้ววันนี้ แต่ตอนนี้ข้าดีขึ้นมากแล้ว ร่างกายข้าก็ไม่เป็นไร คงจะไม่รบกวนเวลาพวกเจ้าแล้ว”
“ก็ยังพอจะมีศักดิ์ศรีอยู่บ้าง” โจวซือจินเสียดสีเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวชะงักไปครู่หนึ่ง ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปาก อวี๋เซียนก็ด่าไปก่อนแล้ว “เจ้าต่างหากที่หน้าไม่อาย ข้าไล่เจ้าไปตั้งหลายครั้งแล้ว แต่เจ้าก็ยังหน้าด้านอยู่ที่นี่ต่ออีก ใครไม่รู้เขาจะคิดว่าพ่อแม่ของเจ้านอนติดเตียงอยู่น่ะสิ!”
“…” เซี่ยเฉียวหันกลับไปมองนาง จากนั้นก็พยักหน้าอย่างจริงจัง “ไม่ถูก ข้าไม่มีลูกหน้าด้านแบบนี้หรอก อย่ามาดูถูกข้า”
“ถูกต้อง ปรมาจารย์ ข้านี่โมโหมากเลย พูดอะไรเหลวไหล” อวี๋เซ