นักพรต นักพรตผู้นี้จะต้องไม่ซื่อตรงเหมือนท่านแน่ๆ”
“ถึงอย่างไร…เขาก็ชี้แนะให้คนอย่างเป้าอี้มีโชคเล็กๆ น้อยๆ ได้ ก็จะเห็นได้ว่าเขาไม่มีหลักการในการทำสิ่งใดเลย ข้าว่า…เขาเองก็คงไม่ใช่คนดีอะไรหรอก” อวี๋เซียนเอ่ย
“มีเหตุผล” จ้าวเสวียนจิ่งเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
“นักพรตหลิวหมิงนี้ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ครั้งหน้าหากข้าพบหยวนฉังจื่อจากวัดอวี้ซวีก็จะลองถามเขาดูหน่อย เขาอยู่เมืองหลวงก็น่าจะต้องรู้จักคนในวงการเดียวกันอยู่ไม่น้อย คงจะพอรู้อะไรบ้าง” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เดิมทีเซี่ยเฉียวคิดว่า หากเรื่องนี้ไม่ราบรื่น นางก็จะค้างคืนที่นอกเมือง แต่ดูแล้วหากกลับไปตอนนี้ ประตูเมืองก็คงยังไม่ทันปิด
นางจึงรีบเร่งเดินทางทันที
หลังจากกลับเข้าเมืองไปแล้ว จ้าวเสวียนจิ่งก็กลับไปที่สำนักศึกษาหลวง
เซี่ยเฉียวอิจฉาเขาอยู่บ้าง
ในฐานะรัชทายาท ปกติแล้วเขาต้องอยู่ในวังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันต่างๆ และเพื่อให้รากฐานของบ้านเมืองมั่นคง
แต่จ้าวเสวียนจิ่ง…กลับถูกตามใจจน ‘ไม่ต้องเคารพกฎ’ เขาสามารถไปทำงานที่ศาลตัดสินคดีเพื่อฆ่าเวลาได้ แล้วก็ยังสามารถมีบ้านพักอยู่ในสำนักศึกษาหลวงได้อีก ช่างมีอิสระเสรีจริงๆ
ด้วยการปรนเปรอและความโปรดปรานของฮ่องเต้ที่มีต่อเขาเช่นนี้ หากสุดท้ายแล้วเขาไม่สามารถเป็นอ๋องเต้ได้ก็น่าจะเป็นเพราะเขาไม่ก้าวหน้าเองมากกว่า
หลังจากแยกย้ายกันแล้วเซี่ยเฉียวก็ยังไม่สามารถนอนหลับอย่างสงบได้
นางยังมีงาน