เซี่ยเฉียวได้ยินที่ไป๋หลี่จี้พูดก็ใจสั่นไปหมด นางแทบจะบ้าแล้ว
“ผลงานชิ้นเอกที่ตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น?” เซี่ยเฉียวสงบนิ่งไม่ไหวแล้ว “หากข้ามีของดีก็ย่อมต้องเก็บไว้เพื่อส่งต่อไป…เมื่อเผาก็ไม่เหลืออะไรแล้วสิ”
“เฮ้อ ก็จริง…หากอย่างนั้นพอจะคัดลอกให้ข้าได้หรือไม่…คนครอบครัวข้าล้วนแต่เป็นบัณฑิตกันทั้งนั้น หลายปีมานี้ก็กลัวว่าตนเองจะลืมความสามารถที่มี ก็เลยเรียกวิญญาณเด็กๆ มาสอนหนังสืออยู่เสมอจะได้จำได้ไม่ลืม” ไป๋หลี่จี้เอ่ย
เซี่ยเฉียวนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “หากข้ามีเวลาจะไปจ้างคนมาคัดลอกให้ รอให้ตามหาทายาทของท่านพบ แล้วข้าค่อยเผาไปให้”
เมื่อลงไปถึงปรโลกแล้ว พวกเขาย่อมไปเกิดใหม่ไม่ได้ในทันที เมื่อมีหนังสือให้อ่านก็จะสามารถฆ่าเวลาได้
“เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณเจ้าแล้ว” ไป๋หลี่จี้ค่อยข้างเมตตานางอยู่บ้าง “วันนี้ข้าได้ยินผู้ดูแลร้านที่อยู่ข้างล่างพูดว่า เจ้าเป็นศิษย์ของปราชญ์หลีซื่อเหยี่ยนด้วย? เช่นนั้นก็เยี่ยมยอดมาก ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยได้ยินมาว่าหลีซื่อเหยี่ยนผู้นี้เป็นผู้มีความสามารถมาก”
“แม้ว่าอาจารย์ของข้าจะเก่งกาจ แต่เขาก็ให้ความเคารพนับถือผู้อาวุโสรุ่นก่อนอย่างท่าน” เซี่ยเฉียวพูดความจริง
ไป๋หลี่จี้คนนี้นับเป็นคนที่เก่งกาจที่สุดในตระกูลไป๋หลี่แล้ว
เขาเป็นคนที่สร้างสรรค์ ‘แผนที่โลก’ ขึ้นมาคนแรก เป็นผู้นำของเชื้อสายตระกูลไป๋หลี่ทั้งหมด
จะธรรมดาได้หรือ
“เราสองคนก็นับว่ามีวาสนาต่อกัน ในเมื่อเจ้าเป็นศ