ที่เขาคิดว่าปรมาจารย์ท่านนี้จะไม่เชี่ยวชาญด้านนี้ แต่นึกไม่ถึงว่านางจะใช้พู่กันยอดเยี่ยมเช่นนี้ ลายเส้นประณีต ท่วงท่าของนางก็สบายๆ ไร้กังวลราวกับก้อนเมฆ ซึ่งทำให้ผู้มองรู้สึกสบายใจมาก!
เป็นต้นกล้าที่ดีจริงๆ!
“ความสามารถของเจ้าไม่เลวเลย ต่อให้เป็นเด็กน้อยไม่เอาไหนที่บ้านข้าพวกนั้นก็คงมีแค่ไม่กี่คนที่สามารถสู้เจ้าได้…” ไป๋หลี่จี้อิจฉาแล้ว
ตอนแรกเขาค่อนข้างภูมิใจในตัวเอง แต่ตอนนี้เมื่อเขาได้เห็นภาพที่เรียบง่ายเช่นนี้แล้ว เขาก็รู้สึกว่าตนเองตายไปนานเกินไป โลกเปลี่ยนไป?
แม้แต่นักพรตก็วาดแบบนี้ได้แล้ว?
เซี่ยเฉียวยังกล่าวถึงบทกวีเอาไว้ข้างๆ ด้วยบทหนึ่ง
ไป๋หลี่จี้ยิ่งเงียบเข้าไปอีก
“ฝีมือของเจ้าไปไม่ธรรมดาจริงๆ ฝีแปรงก็มั่นคง แค่ยังมองออกว่าพลังของเจ้าไม่พอ อาจเป็นเพราะเจ้าเหนื่อย นั่นก็ไม่โทษเจ้า หากจะให้พูดถึงจุดบกพร่อง…การปรับหมึกของเจ้ายังไม่ค่อยดี น้ำหมึกไม่สม่ำเสมอพอ แล้วก็น้ำหมึกนี้ยังค่อนข้างแย่ เจ้าต้องซื้ออุปกรณ์ชั้นดีหน่อยมาใช้ และให้คนฝนหมึกที่เชี่ยวชาญมาคอยฝนหมึกให้ สรุปแล้ว หากจะให้เทียบกับข้าแล้ว ฝีมือของเจ้ายังเด็กไปหน่อย แต่เนื่องจากเจ้ายังอายุน้อย เท่านี้ก็พอแล้ว”
ไป๋หลีจี้ไม่ประหยัดคำชมตัวเองเลยสักนิด
“ภาพวาดใบนี้ของเจ้าน่าจะขายได้ราคาไม่น้อย ทำไมเจ้าถึงยังจนขนาดนี้” ไป๋หลี่จี้อดถามไม่ได้
ในความเป็นจริงอุปกรณ์การวาดภาพที่ปรมาจารย์โม่ใช้นั้นไม่เหมาะสม มันแตกต่างจากปรมาจาร