ันได้กลับบ้าน นางก็เดินทางไปยังจวนหย่งหลินอ๋องทันที
หลังจากที่นางหยิบเทียบเชิญออกมาแล้วก็ถูกเชิญให้เข้าไปข้างในอย่างสุภาพ
หย่งหลินอ๋องไม่ได้อยู่ที่จวน คนที่ออกมาต้อนรับเซี่ยเฉียวคือพระชายาอ๋อง
พระชายาอายุสี่สิบกว่าปีแล้ว แต่กลับยังดูอ่อนเยาว์ ท่าทางสง่างามร่ำรวย แต่อาจจะเป็นเพราะลูกสาวของนางอาการไม่ค่อยดี ดังนั้นเวลานี้พระชายาจึงดูไม่ค่อยสดใสเท่าไรนัก ยิ้มของนางดูฝืนๆ
“ท่านก็คือปรมาจารย์โม่? ท่านสูงส่งราวกับเซียนจริงๆ แค่มองก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนธรรมดา” พระชายาหย่งหลินอ๋องเอ่ยปากก็ยกยอนางทันที “ต้องลำบากปรมาจารย์โม่แล้ว อันที่จริงฆราวาสอย่างพวกเราก็ไม่อยากจะรบกวนปรมาจารย์เลย แต่บุตรสาวของข้ามีอาการไม่ค่อยดี หมอก็ไม่สามารถบอกสาเหตุได้ จึงต้องเชิญท่านปรมาจารย์มาช่วยดูสักหน่อยแล้ว”
ในเมื่ออีกฝ่ายอ่อนน้อมเช่นนี้แล้ว แม้ว่าจ้าวจยาหลิงจะเคยขัดแย้งกับนางมาก่อน ตอนนี้เมื่อเซี่ยเฉียวได้ยินคำพูดของมารดานาง นางก็อดที่จะรู้สึกเคารพนับถือขึ้นมาในใจไม่ได้
“พระชายากล่าวเกินไปแล้ว” เซี่ยเฉียวเองก็สุภาพมาก นางเอ่ยถามขึ้นมาก่อน “หมอว่าอย่างกันบ้างหรือ”
“เฮ้อ หมอพวกนั้นต่างก็บอกว่าบุตรสาวของข้า…เป็นไข้ใจเพราะความคิดถึง” พระชายามีสีหน้าขมขื่น “ไม่รู้ว่าไอ้สารเลวคนไหนที่มันเอาเรื่องนี้ไปพูด ทำให้ตอนนี้ในเมืองเต็มไปด้วยข่าวซุบซิบนินทา ต่อให้บุตรสาวของข้ากลับมาเป็นปกติได้ นางก็จะต้องอับอายเพราะข่าวลือเหล่า