อนกับวิญญาณ สำหรับเขาแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับอยู่ในห้องที่มีซากศพ…
“ศิษย์น้อง อย่าลืมว่าวันนี้เจ้าต้องออกไปข้างนอกเพื่อดูหมอดูนั้นประสบเคราะห์อีก เจ้ายังต้องกินข้าวด้วยนะ ส่วนวิญญาณที่อยู่ข้างๆ เจ้า…” เซี่ยเฉียวยังคงเย็นชา “เราก็เชิญแขกมาแล้ว หากไม่อยู่สักสามวันห้าวัน จะปล่อยให้เขาไปได้อย่างไร”
“…” เจียงจิ้นลู่เพิ่งจะรู้สึกได้ว่าอะไรที่เรียกว่าน่ากลัวจริงๆ
ไม่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสได้ แต่มีอยู่จริง
เซี่ยเฉียวเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นมาตลอด
ทำลายตะเกียงดวงดาวของนาง รังแกต้าสยงของนาง ดูถูกอาชีพของนาง หากเขาไม่ทุกข์ร้อนเสียหน่อย คิดว่านางจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ ไม่มีทางเสียหรอก
เจียงจิ้นลู่ร้องไห้ไม่ออก
เซี่ยเฉียวกินข้าวอย่างสงบเนิบช้าด้วยการเคลื่อนไหวที่สง่างาม และสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงของนางเต็มไปด้วยความสง่าและจริงจัง แม้แต่หลีซื่อเหยี่ยนในเวลานี้ก็ยังนิ่งเงียบ ไม่ได้เอ่ยปากตัดสินเรื่องของศิษย์พี่ศิษย์น้องแต่อย่างใด
“วันนี้ข้าจะออกไปกับศิษย์พี่ดีไหม” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ย
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ได้สิ เจ้าจะได้สะสมบุญให้มากๆ ด้วย”
ในป้อมเหมิงจยามีวิญญาณแค้นวิญญาณที่ร้ายกาจมากมาย หากจ้าวเสวียนจิ่งอยู่ด้วย นางก็จะจัดการพวกนั้นได้สะดวกหน่อย ส่วนเจียงจิ้นลู่ วันนี้นางจะไม่ยอมให้เขาติดตามไปด้วยอีกเด็ดขาด เด็กคนนี้ชอบพูดอะไรให้นางโมโหอยู่เรื่อย
พอถึงเมืองหลวง…
เซี่ยเฉียวเหลือบมองไปที่เจียงจิ้นลู่อย่างเงีย