ไปให้ก็ได้เพื่อแสดงน้ำใจ” เซี่ยเฉียวพูดไปแล้วก็นิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ “แต่ว่า ข้าแนะนำว่าเจ้าอย่าได้ทำบุญสุ่มสี่สุ่มห้าจะดีกว่า”
“เพราะอะไรหรือ” เจียงจิ้นลู่ไม่เข้าใจ
ก็แค่กระดาษเงิน เขาไม่ได้ต้องลงแรงหรือใช้เงินมากอะไรนี่
“หากเจ้าเอาเงินออกมากำมือหนึ่งแล้วโปรยลงที่ถนน มันจะเป็นอย่างไร” เซี่ยเฉียวถามเบาๆ
เจียงจิ้นลู่เข้าใจในทันที
ตอนที่เขาพเนจรไปเรื่อยก็เคยได้ยินไร้สาระเกี่ยวกับคุณชายผู้ร่ำรวยคนหนึ่งที่โปรยเงินบนถนน แล้วผู้คนก็ต่อสู้กันเพื่อแย่งเงินจนคุณชายผู้นั้นโดนเหยียบตาย
คนเป็นเป็นแบบนี้ คนตายก็คงไม่เว้น
หากจู่ๆ เขาไปเผากระดาษ วิญญาณที่ขาดเงินพวกนั้นก็น่าจะมาหาเขากันหมด…
เจียงจิ้นลู่คิดได้เช่นนั้นก็รู้สึกเย็นเยียบไปหมด
“ศิษย์น้อง เจ้าเองก็เดินมานานแล้ว ลองคิดดูให้ดี เจ้ารู้สึกว่าไหล่ของเจ้าเมื่อยล้ามากกว่าขาของเจ้าหรือไม่” เซี่ยเฉียวถามเขา
เจียงจิ้นลู่ลูบไหล่ของเขาโดยไม่รู้ตัว “ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น วันนี้ข้ารู้สึกว่าไหล่ของข้าหนักและปวดเมื่อยเล็กน้อย เมื่อคืนข้าอาจจะนอนหลับไม่ค่อยดีนัก…”
“ไร้เดียงสา เจ้ากำลังแบกชายชราที่อาศัยอยู่ในถังน้ำเมื่อครู่นี้ ก็ต้องเมื่อยแน่นอนอยู่แล้ว…” เซี่ยเฉียวส่ายหัวและมองเขาด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ
“…” เจียงจิ้นลู่รู้สึกว่าไหล่ของเขาเริ่มหนักขึ้น
ที่ศิษย์พี่ใหญ่พูดไม่จริงใช่ไหม!
จะต้องไม่จริง ไม่ใช่อย่างนั้นแน่ๆ!
หลังจากนั้นเซี่ยเฉียวไม่ได้