ียวพูดจบก็เทเหล้าที่วิญญาณยังไม่ได้เคยแตะต้องให้ตนเองหนึ่งจอก แล้วยกดื่มจนหมดในคราวเดียว
“ศิษย์พี่ บนโต๊ะวุ่นวายออกอย่างนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้ไหนเลยจะไม่มีเหล้าหกบ้าง” เจียงจิ้นลู่แค่รู้สึกว่าศิษย์พี่ใหญ่โชคดีเท่านั้น พอนางพูดออกมาก็เกิดเหตุการณ์นั้นทันที
แต่เรื่องแบบนี้อย่างมากก็นับได้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญมิใช่หรือ
หากไม่ใช่เพราะเซี่ยเฉียวเสียดายน้ำตาวัว เวลานี้นางจะต้องให้เขาได้สัมผัสความสนุกของพวกวิญญาณที่อยู่กันเต็มไปหมดเหล่านี้แน่!
“ศิษย์น้องไม่มีความเป็นสุภาพชนเลยสักนิด ข้าทายถูกแล้ว แต่เจ้าก็ยังไม่เชื่อ” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างหงุดหงิด พอนางพูดจบก็มองลงไปใต้โต๊ะ “เท้าของศิษย์น้องเจียงชาอยู่ใช่หรือไม่”
เจียงจิ้นลู่ขยับปลายเท้าเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “อาจจะเป็นเพราะนั่งนานไปหน่อย”
มุมปากของเซี่ยเฉียวยกขึ้นเล็กน้อย “นั่งนานก็ทำให้ชาได้จริงๆ แต่…สถานการณ์ของน้องชายนั้นไม่ใช่อย่างนั้น มีวิญญาณสาวงามนั่งอยู่บนตักของเจ้า”
เซี่ยเฉียวพูดจบก็ไม่สนใจเขาอีกต่อไป
คำพูดนี้ไม่เป็นความจริง
จะมีวิญญาณสาวงามมาจากไหน ต่อให้มี นางก็คงคิดที่จะนั่งบนตักจ้าวเสวียนจิ่งหรือเซียวอวี้หรงมากกว่า เสน่ห์ของหนุ่มน้อยหน้าตาอ่อนวัยเช่นเจียงจิ้นลู่ไม่น่าสนใจเลยสักนิด
นางมองออกว่าเท้าของศิษย์น้องเจียงชาได้จากสีหน้าของเขาเท่านั้น
เซี่ยเฉียวโยนคำพูดนั้นออกไปแล้วก็กลับไปนั่งที่เดิม
พอจ้าวเสวียนจิ่งเห็นนางกลับมา สีหน้