แต่ท่านก็มีพละกำลังไม่น้อย สรุปได้ว่าเป็นผู้ชายที่แข็งแรงคนหนึ่ง
“แต่หลังของอาจารย์งอแล้ว” เซียวอวี้หรงส่ายศีรษะ เขารู้สึกว่าศิษย์น้องห้ายังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจความน่ากลัวของวัยที่ล่วงเลย
เจียงจิ้นลู่แค่นเสียงเยาะ “นั่นเป็นเพราะท่านเห็นศิษย์พี่ใหญ่”
เซียวอวี้หรงมองเขาอย่างสับสน และจากนั้น…เขาก็ตระหนักได้
อาจารย์แกล้งทำเป็นอ่อนแอต่อหน้าศิษย์พี่ใหญ่ เพราะอยากให้ศิษย์พี่ใหญ่แสดงความกตัญญูต่อท่าน?
ไม่ เป็นไปไม่ได้ อาจารย์จะทำแบบนั้นได้อย่างไร…
จ้าวเสวียนจิ่งไม่ฟังคนทั้งสอง เขาเรียกให้โจวเว่ยจงเข้ามา “ส่งคนมาเฝ้าที่นี่หน่อย นอกจากไก่ของศิษย์พี่ใหญ่แล้วห้ามไม่ให้สิ่งมีชีวิตอื่นเข้าใกล้ เจ้าจะต้องอยู่ด้วย พยายามปกป้องแสงไฟเหล่านี้สุดชีวิต”
“พ่ะย่ะค่ะ!” โจงเว่ยจงรับคำทันที
“ฝ่าบาท?” เจียงจิ้นลู่ได้ยินเช่นนั้นก็งุนงงไปเล็กน้อย “ท่านก็เชื่อคำพูดของศิษย์พี่ใหญ่ด้วยหรือ”
“แน่นอนอยู่แล้ว” นางเป็นชายาของเขา จะไม่เชื่อได้หรือ
“แค่แสงไฟเหล่านี้ก็ตัดสินชีวิตได้เลยหรือ ยังมียันต์พวกนั้นที่แปะบนร่างของศิษย์พี่อีก มันก็แค่ภาพวาดลวดลายยุ่งเหยิงเท่านั้น มันไม่ใช่ยารักษาโรค แล้วจะช่วยชีวิตคนได้อย่างไร ข้ารู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่โตมาในวัดเต๋า บางทีนางอาจจะถูกเลี้ยงมาผิดๆ แต่พวกเราในฐานะศิษย์น้องก็ควรบอกให้ศิษย์พี่ใหญ่รู้ว่านางมีปัญหาอะไร…” เจียงจิ้นลู่มีหลักการและเหตุผลและกังวลอยู่บ้าง
“แล้วทำไมเมื่อครู่ศิษย์น