ที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
ไล่ตามสายตาของเขาไปก็พบนักพรตคนหนึ่งยืนอยู่บนยอดเขาที่ห่างออกไปสองลี้ คนผู้นั้นสวมเสื้อคลุมนักพรตที่งดงามอย่างยิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาสง่างามดุจเทพเซียน ทั้งยังเยาววัยยิ่งนัก มองปราดแรกดูเหมือนเทพเซียนลงมายังโลกมนุษย์ เขาคือเจียงฉางเซิงนั่นเอง เจียงฉางเซิงจ้องมองจอมราชันสังหารด้วยสีหน้าอันเรียบเฉย
จอมราชันสังหารหัวใจเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ที่แห่งนี้มีนักพรตอยู่ได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เขาสำรวจดูแล้วแท้ๆ แล้วอีกฝ่ายยังหลบรอดประสาทสัมผัสของเขา เข้ามาใกล้ได้โดยไร้ร่องรอยอีก แม้กระทั่งตอนนี้ที่มองเห็นอีกฝ่ายแล้ว จอมราชันสังหารกลับได้รับรู้ว่าตนสัมผัสลมปราณของอีกฝ่ายไม่ได้
“มรรคาจารย์” จอมราชันสังหารเดาตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายออกในพริบตา แม้จะน่าเหลือเชื่อ แต่มีความเป็นไปได้นี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ลมหายใจของเขาหยุดชะงัก ร่างกายแข็งทื่อ ตกลงในห้วงแห่งความพรั่นพรึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขายังไม่ทันเลื่อนขั้นแล้วจะสู้มรรคาจารย์ได้อย่างไร ต่อให้หนีตอนนี้ก็ไม่แน่ว่าจะหนีพ้น
ประเดี๋ยวก่อน เหตุไฉนมรรคาจารย์จึงไม่ลงมือเล่า จู่ๆ จอมราชันสังหารก็ฉุกคิดเรื่องหนึ่งได้ เขากับมรรคาจารย์ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน มรรคาจารย์อาจไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร บางทีมรรคาจารย์อาจไล่ตามพลังแห่งโชคชะตามารวมตัวกันเท่านั้น ทิ้งพลังแห่งโชคชะตา แล้วหนีดีหรือไม่ จอมราชันสังหารจมลงสู่การต่อสู้ขับเคี่ยวกั