น สีหน้าไร้ชีวิตชีวา และดูไร้พลังอย่างยิ่ง
ประมาณหนึ่งชั่วยามหลังจากนั้นเซี่ยเฉียวจึงได้หยุด
นางลุกขึ้นจากพื้นด้วยอาการเซเล็กน้อย ภายในห้อง แสงไฟจากตะเกียงเจ็ดดาวกะพริบจางๆ ทำให้บรรยากาศลึกลับขึ้นเล็กน้อย
“ได้แล้ว แต่จะให้ไฟดับไม่ได้” เซี่ยเฉียวเดินออกไปจากห้อง “ตะเกียงนี้สามารถยืดอายุขัยได้ แต่ก็มีเวลาจำกัด หากสามารถปกป้องไฟทั้งเจ็ดไว้ได้ เขาก็จะสามารถอยู่ได้ถึงสี่สิบเก้าวัน หากดับไปหนึ่งถ้วยก็น้อยลงไปเจ็ดวัน”
ยันต์สีเหลืองนั้นและตะเกียงนี้ได้กักขังวิญญาณแห่งชีวิตไว้ในร่าง เมื่อวิญญาณไม่ได้แยกออกจากร่างกาย เขาจึงยังมีโอกาสรอดชีวิตได้
เซียวอวี้หรงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขาเหลือบมองตะเกียงดวงนั้นแล้วก็หันไปมองหลีซื่อเหยี่ยน
“หวังว่าในช่วงเวลาหลายวันนี้ พวกเราจะสามารถหาวิธีรักษาโรคไข้หวัดนี้ได้” หลีซื่อเหยี่ยนไม่สงสัยในความสามารถเซี่ยเฉียวเลย
เพียงแต่หลังจากที่เขาพูดจบลง ในเรือนก็มีคนเข้ามาเพิ่มขึ้นคนหนึ่ง
ชายหนุ่มชุดเขียวคนหนึ่งเดินเข้ามา เขามองหลีซื่อเหยี่ยนด้วยแววตาสับสน จากนั้นเขาก็หันไปเห็นชุดตะเกียงที่วางอยู่ในห้อง
“อาจารย์ นี่มัน…อะไรน่ะ…ท่าน…ท่าน…ไปตาม…พวกนักพรตต้มตุ๋นมารักษาศิษย์พี่หรือ!” เจียงจิ้นลู่ก็มองไปที่อาจารย์ผู้เฒ่าด้วยท่าทางตกใจ เขาถือกล่องเล็กๆ อยู่ในมือใบหนึ่งซึ่งควรเป็นยาชนิดใหม่
เขาพูดจบแล้วก็รีบมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดกลัว
“ศิษย์พี่เซียว ฝ่าบาท พวกท่านก็มาด้วย?