้น…
นางยังพึมพำกับตัวเองท่ามกลางอากาศที่ว่างเปล่า บางครั้งนางจะนำเครื่องยันต์สีเหลืองออกมาสองสามแผ่น และสะบัดมันออกไปเบาๆ บางแผ่นก็ติดไฟกลางอากาศขึ้นมาเอง มันออกมาเหมือนกับที่นักเล่นปาหี่ข้างถนนพวกนั้นทำเลย วิเศษจริงๆ!
หากเขาเห็นสิ่งนี้บนถนน เขาอาจจะปรบมือให้กับเงินจำนวนหนึ่ง แต่ตอนนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับศิษย์พี่ของตนเอง จิตใจของเขากลับยุ่งเหยิง ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
เขารู้สึกตื่นตระหนกลนลานเล็กน้อย
ไม่กี่วันต่อมาวันสารทก็มาถึง
สีหน้าของเซียเฉียวดูเคร่งขรึมกว่าเมื่อก่อนมาก ตลอดเดือนเจ็ดนี้จะมีวิญญาณมากกว่าเดือนอื่นๆ และในวันสารทก็จะเป็นวันที่มีวิญญาณมากที่สุด
บนท้องฟ้าเมฆดำก่อตัวเป็นกลุ่ม พลังหยินโดยรอบก็เข้มข้น แต่มีเพียงเซี่ยเฉียวเท่านั้นที่มองเห็นฉากนี้
“ศิษย์พี่โม่ วันนี้พวกเราไม่รีบเดินทางหรือ” เซียวอวี้หรงค่อนข้างกังวล
ตอนนี้พวกเขาอยู่ในโรงเตี๊ยมและเดินทางมาได้ประมาณครึ่งทางแล้ว โรงเตี๊ยมนี้ดูทรุดโทรมหน่อย และนอกจากเจ้าของโรงเตี๊ยมแล้วก็มีแต่พวกเขานี่แหละ
“วันนี้เป็นวันพิเศษ ไม่ควรรีบเดินทาง หากมีคนไหนในขบวนดวงไม่แข็ง ข้าเกรงว่าพวกเขาจะชงเอาได้” เซี่ยเฉียวอธิบายอย่างจริงจัง
“…” เซียวอวี้หรงยิ้มกระอักกระอ่วน
เขาเริ่มฟังคำพูดของศิษย์พี่ไม่เข้าใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาโตมาขนาดนี้ก็ยังไม่เคยเห็นวิญญาณมาก่อนจริงๆ เมื่อก่อนเขาเคยแต่ได้ยินคนอื่นพูดเรื่องสิ่งชั่วร้าย แต่เขากลับไม่เคยคิดพิ