จำนวนมากมายขนาดนั้นก็จริง แต่คนที่จะออกไปจับวิญญาณจับพวกสัตว์ประหลาดได้ก็มีแค่ไม่กี่คน
ดังนั้นศิษย์น้องห้าจึงให้ความเคารพศิษย์พี่ใหญ่มาก แต่หากเขารู้ว่านาง…เป็นอย่างนี้ เกรงว่าเขาจะมีท่าทีเปลี่ยนไป
“แม้ว่าน้องห้าจะไม่รู้ความ แต่หากมีอาจารย์และข้าอยู่ด้วย เขาคงจะไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามหรอก” จ้าวเสวียนจิ่งกลับไม่ได้สนเรื่องนี้เท่าไรนัก
ขอแค่พวกเขาใช้เวลากับเซี่ยเฉียวมากขึ้น พวกเขาก็จะเข้าใจได้เองว่าความสามารถของเซี่ยเฉียวนั้นเป็นของจริงทั้งหมด ไม่เหมือนกับพวกที่ต้มตุ๋นหลอกลวงคนอื่นพวกนั้น
เซียวอวี้หรงถอนหายใจ “เมื่อครู่นี้ข้าเห็นศิษย์พี่ทำท่าเหมือนจะเปิดแท่นทำพิธี ไม่รู้ว่านางต้องการจะทำอะไร…”
“หากเจ้าสงสัยก็ไปแอบดูสิ” สายตาของจ้าวเสวียนจิ่งแฝงความหมายมากขึ้น
เซียวอวี้หรงยังคิดจะอยากดูจริงๆ
ศิษย์พี่เหมาโรงเตี๊ยมทั้งหมดแล้ว แม้แต่เจ้าของก็ยังถูกจัดให้อยู่ตรงเรือนด้านหน้า และไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวเข้าไปในเรือนด้านหลัง ไม่เพียงเท่านั้น ตั้งแต่เช้านางก็เดินไปรอบๆ เรือนและแปะยันต์สีเหลืองไว้เต็มไปหมด
และวันนี้นางไม่ใส่ชุดขาวแล้ว แต่ใส่ชุดสีฟ้าเก่าๆ สีหน้านางก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไร ดูเหมือน…
ไม่ได้สดใสพราวตามาก สีผิวก็เข้มขึ้นและหมองคล้ำ จู่ๆ ก็ดูธรรมดามากขึ้น ท่าทางเหมือนนางเซียนสูงส่งลึกลับไม่อาจเข้าใจได้ดูเหมือนจะหายไปหมด
วันนี้เกิดอะไรขึ้น
เซียวอวี้หรงยืนอยู่ตรงหน้าต่างบนชั้นสอง เขาจับตามองไ