เท่านั้น
หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน พวกเขาทานอาหารง่ายๆ เสร็จแล้วก็กลับไปพักผ่อนที่ห้อง
วันนี้เซี่ยเฉียวอยู่บนรถม้าแทบจะตลอดทาง แต่กลับไม่เห็นวิญญาณเลย ช่างเป็นความสงบที่หาได้ยากยิ่ง
ครึ่งคืนแรกนางนอนหลับได้อย่างสงบ
เพียงแต่พอถึงช่วงครึ่งคืนหลังเซี่ยเฉียวก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังลอยมา และเหมือนว่าจะได้กลิ่นเหล้าด้วย
กี๊ด…
เสียงนั้นค่อนข้างเสียดหู มันเหมือนกับเสียงอาวุธมีคมเสียดสีกันจนทำให้เซี่ยเฉียวตื่นขึ้นและมองไปรอบๆ ด้วยความระแวดระวัง แต่กลับไม่พบอะไรทั้งนั้น
เซี่ยเฉียวเปิดประตู ด้านนอกมีคนคอยเฝ้าประตูอยู่ เมื่อเขาเห็นเซี่ยเฉียวปรากฏตัวขึ้นก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย “ปรมาจารย์โม่ ท่านมีอะไรจะสั่งหรือ”
“เมื่อครู่นี้เจ้าได้ยินเสียงอะไรหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
อีกฝ่ายส่ายหน้า “หรือว่าจะเป็นเสียงฝีเท้าของพวกข้าที่เปลี่ยนเวรยามเมื่อครู่นี้?”
เซี่ยเฉียวสั่นศีรษะ
ไม่ใช่เสียงฝีเท้า…
เสียงเมื่อครู่ที่นางได้ยินเหมือนกับเสียงเล็บครูดกับแผ่นแหล็ก มันเสียดหูยิ่งนัก ฟังแล้วรู้สึกอึดอัดพิกล แต่ถ้าหากว่าองครักษ์ผู้นี้ไม่ได้ยินเหมือนกับนาง ที่มาของเสียงนั้นก็น่าจะมาจากวิญญาณแล้ว
เซี่ยเฉียวหันกลับเข้าห้องไป จากนั้นพอนางปิดประตูลง นางก็เห็นเงาร่างหนึ่งคลานออกมาจากใต้เตียงทันที
ผมนางนั้นคลุมพื้น เล็บนิ้วมือขาวราวหิมะ
“ได้ยินแล้ว…เจ้าได้ยินแล้ว…” น้ำเสียงยังน่าขนลุกมาก
เซี่ยเฉียวขนลุกไปหมด ไม่น่าแปลกใจเ