น้าสุสานบรรพบุรุษเป็นประจำ…
“ปรมาจารย์โม่ พวกเราไปกันไหม” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถาม
“ไม่ต้องรีบร้อน ดูเหมือนลูกพี่ลูกน้องครอบครัวท่านลุงของเขาจะเกิดเรื่องแล้ว ใต้เท้าเซี่ยไปดูกับข้าหน่อย” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“เกิดเรื่อง?” เซี่ยผิงกั่งงุนงง
“ในเมื่อหลี่เหยียนผู้นี้รู้ว่าบรรพบุรษของตัวเองมีความสามารถอยู่ มีหรือที่จะไม่ไปร้องทุกข์?” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ท่านกำลังบอกว่า…เขาเสแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่ในความเป็นจริงกลับบอกวิญญาณตนนั้นว่า ปกติแล้วเขาถูกกลั่นแกล้งรังแกอย่างไร และยุยงให้อีกฝ่ายแก้แค้นแทนเขา?! เมื่อครู่นี้ข้าสืบมาแล้ว ครอบครัวท่านลุงของเขาปฏิบัติต่อเขาไม่เลวเลย ไม่เคยด่าว่า ลูกพี่ลูกน้องกับเขาก็นับว่าปรองดองกันดี…”
“แต่ว่า…วิญญาณตนนั้นบอกข้าว่า ทายาทของเขากินไม่อิ่ม ทั้งยังถูกทุบตี หากเพื่อนบ้านพวกนั้นไม่ได้พูดโกหก ก็หมายความว่าเขาพูดจาเหลวไหลกับวิญญาณตนนั้นแล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
โหงวเฮ้งของหลี่เหยียนผู้นี้แสดงว่าเขามีผู้มีพระคุณให้การช่วยเหลือ
ลองนึกดูตอนที่เขาอายุสิบขวบกำพร้าพ่อแม่ แต่ก็ยังสามารถอยู่รอดมาได้อย่างดีจนถึงทุกวันนี้ ผู้มีพระคุณที่ว่าก็คงเป็นลุงซึ่งเป็นญาติของเขานี่เอง
การถูกกลั่นแกล้งรังแกที่เขาว่าบางทีอาจจะเป็นแค่ความคิดมากอ่อนไหวที่ต้องอาศัยใต้ชายคาคนอื่นเท่านั้นเอง
นอกจากนี้ตอนที่เขาอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีและไม่สามารถแต่งภรรยาได้ก็คงจะรู้สึกแค้นเคือง โทษว่าโลกไม่ยุติธรรม บ่น