ไหนก็คุ้ม”
“ท่านกล่าวผิดไปแล้ว” เซี่ยผิงกั่งตอบอย่างสำบัดสำนวน “ข้าคิดว่ามันเป็นการกระทำที่ขัดบัญชาสวรรค์ พยายามมากขนาดนี้ ตกอกตกใจเพราะพวกวิญญาณจะเป็นจะตาย เพียงเพื่อจะอยู่ได้นานขึ้นอีกไม่กี่วัน ไม่สู้รีบๆ ตายไปเสียแล้วรีบไปเกิดใหม่ ไม่แน่ว่าชาติหน้าจะได้ทันกลับมาเกิดเป็นคนในครอบครัวเดียวกันอีก”
“…” เซี่ยเฉียวตกตะลึงกับคำพูดนี้
นั่นหมายความว่าพี่ชายใหญ่ของนางอยากให้นางตายไปเร็วๆ หน่อย แล้วกลับชาติมาเกิดเป็นคนตระกูลเซี่ยอีกครั้ง?
ฝันไปเถอะ! นั่นมันโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว…
นางคิดถูกแล้วที่ปิดบังเขา มิฉะนั้นนางคงจะไม่ได้เปิดหอส่องชะตาหรอก!
“ขุนนางเซี่ยเองก็เบื่อชีวิตแล้วหรือ” พอจ้าวเสวียนจิ่งเห็นท่าทางหดหู่น่าสงสารของเซี่ยเฉียว เขาก็อดเอ่ยปากไม่ได้
พี่น้องสองคนนี้ป่าเถื่อนพอๆ กัน เดิมทีความคิดของเซี่ยเฉียวที่พยายามปกปิดความลับของตัวเองก็แปลกอยู่แล้ว ส่วนเซี่ยผิงกั่งนั้น…สรุปได้ว่าเป็นคนบ้าคนหนึ่ง
“ฝ่าบาท ไม่นะพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยผิงกั่งทำหน้าใสซื่อ
“ขุนนางเซี่ยมีดวงชะตาโดดเดี่ยวสินะ? ถูกลิขิตให้ไม่สามารถหาภรรยาได้ เรื่องสืบทอดเชื้อสายอะไรพวกนี้ล้วนแต่ไม่สามารถทำได้ทั้งนั้น เช่นนั้นอยู่หรือตายก็ไม่ต่างกันหรอก” สีหน้าจ้าวเสวียนจิ่งดูยุติธรรมและมีเหตุผลอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “เป็นเช่นนั้น”
อย่างที่โบราณว่าไว้ของอย่างหนึ่งย่อมพิชิตของอีกอย่างหนึ่งได้ คนที่นางกลัวมากที่สุดก็น่าจะเป็นพี่ใหญ่