่หน่อยจริงๆ” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยสีหน้าสงบ “หากเจ้ามีใจอยากเชิญแม่นางเฝิงไปกินข้าวจริงๆ ก็เปลี่ยนเป็นวันอื่นเถิด ส่งเทียบไปที่บ้านตระกูลเวินเพื่อเชิญอย่างเป็นทางการ อย่าได้มาแย่งคนจากข้ากลางทางอย่างนี้”
“เจ้าเป็นใคร” จ้าวจยาหลิงนิ่วหน้า
วันนี้นางเห็นเฝิงหยิงหยิงอยู่ที่หัวถนน จึงได้ล่วงหน้ามารอนางอยู่ที่นี่
ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนที่มาเดินซื้อของที่นี่ก็ต้องเข้ามาดูในร้านดอกไม้และผลไม้นี้กันทั้งนั้น
ไม่น่าแปลกใจที่จ้าวจยาหลิงจะไม่รู้จักเซี่ยเฉียว ระยะเวลาที่เซี่ยเฉียวอยู่ที่สำนักศึกษาก็แค่เกือบปีเท่านั้น
นางเองก็ใช่ว่าจะอยู่ที่สำนักศึกษาทุกวัน ต่อให้ไปเรียนนางก็อยู่ในชั้นเรียนอักษรรื่อของเรือนคงกู่ แต่จ้าวจยาหลิงนั้นเรียนอยู่ในชั้นเรียนอักษรเฉียน นางถึงขนาดเป็นข้อยกเว้น ได้เข้าเรียนพร้อมกับพวกองค์หญิงด้วยซ้ำ!
แต่นางไม่ใช่พวกชอบเรียนหนังสือ ในสิบวันหรือครึ่งเดือนนางอาจจะเข้าชั้นเรียนสักหน นางจึงไม่ค่อยรู้เรื่องราวต่างๆ ในสำนักศึกษานัก
“ข้าแซ่เซี่ย” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“เซี่ย?” จ้าวจยาหลิงขมวดคิ้วมุ่น “เจ้าจะแซ่อะไรแล้วเกี่ยวมันอะไรด้วย…”
นางพูดไปได้แค่ครึ่งทาง แม่นางโจวที่อยู่ด้านหลังนางก็ดึงเสื้อของจ้าวจยาหลิงเล็กน้อย “ท่านหญิง ข้าได้ยินมาว่าพ่อบุญธรรมของใต้เท้าเวินก็คือใต้เท้าเซี่ยหนิวซาน ดังนั้นแม่นางคนนี้…”
“มีความเป็นไปได้ที่นางคือพระชายารัชทายาทที่มีชื่อเสียงโด่งดังถึงเก้าในสิบส่วนแล้วล่ะ…