นกันว่ามันเป็นเพราะความอายหรือความโกรธ
“แม่นางเซี่ย เจ้ากับแม่นางเฝิงน่าจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานสินะ นี่เจ้ากำลังดูถูกข้า?” สีหน้าจ้าวจยาหลิงหยิ่งทะนงในตนเอง
เพราะเห็นว่านางเป็นว่าที่พระชายา นางจึงแสดงความเกรงใจต่อนางเล็กน้อย นี่นางคิดว่าตนเองเป็นคนสำคัญจริงๆ หรือ
จะมีใครบ้างที่ไม่รู้ว่า แม้ว่าเซี่ยเฉียวจะเป็นพระชายารัชทายาท แต่นางก็อาจจะไม่ได้อยู่นานอย่างนั้น หากโชคไม่ดีขึ้นมา ไม่แน่นางอาจจะป่วยตายตั้งแต่ยังทันไม่ได้แต่งเข้าจวนรัชทายาทด้วยซ้ำ!
แม้ว่านางจะได้แต่งงานกับรัชทายาท จากนั้นนางจะอยู่ได้อีกสักกี่ปี?
เวลาสามปีห้าปีพอที่จะทำอะไรได้เล่า
ด้วยร่างกายของนางนี้ เกรงว่านางคงไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้และอาจไม่สามารถเพิ่มจำนวนประชากรให้ราชวงศ์ได้ ตระกูลเซี่ยเพิ่งจะมาดีหน่อยก็สองปีที่ผ่านมานี้ พอพระชายารัชทายาทตายไปแล้ว ก็จะต้องหมดความสำคัญไปอย่างแน่นอน
แค่ความตระหนักในตนเองสักนิดก็ยังไม่มี แล้วยังจะมาเพิกเฉยต่อนางอีก?
นิสัยเพิกเฉยไม่สนใจคนอื่นของเซี่ยเฉียวนั้นเป็นมาตั้งนานแล้ว เมื่อเซี่ยเฉียวได้ยินที่จ้าวจยาหลิงพูดในเวลานี้ นางจึงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ท่านหญิงทราบก็ดีแล้ว ในเมื่อรู้ตัวเองดีแล้ว ก็อย่าได้เสียมารยาทกับคนอื่นอีก”
ด้วยสถานะของนางในตอนนี้ นางไม่จำเป็นจะต้องนอบน้อมต่อเชื้อพระวงศ์หญิงผู้หนึ่งแต่อย่างใด
หากจะถามว่ารัชทายาทดีที่ตรงไหน ประเด็นนี้นับว่าดีที่สุด
โปรดปราน