วิ่งไปอย่างไวราวกับลมพัด วูบเดียวก็ผ่านไปแล้ว เขาตรงไปยังประตูใหญ่หน้าสำนักศึกษา แล้วออกไปโดยไม่แม้แต่จะขอลาเรียน
หัวใจของเซี่ยผิงไหวเต้นราวกับรัวกลอง เขาเร่งให้คนขับรถม้าควบไปโดยไม่หยุด
พอเขากลับถึงบ้านก็เห็นพ่อบ้านจึงเร่งฝีเท้าเข้าไปหาทันที เขาแทบจะกระโดดไปคว้าคอเสื้อพ่อบ้านอยู่แล้ว “พี่หญิงใหญ่ของข้าอยู่ที่ไหน! พวกเจ้าเอาพี่หญิงใหญ่ของข้าไปซ่อนไว้ที่ไหน! หรือว่าเจ้ากับพี่ชายใหญ่ข้าร่วมมือกันหลอกข้า!”
สีหน้าของพ่อบ้านเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง
ในที่สุดคุณชายรองผู้ขาดความเฉลียวของเขาก็รู้เสียที!
พวกเขาต้องคอยปิดบังอยู่ทุกวัน ไม่กล้าพูดความจริงออกไป และยังต้องทำเหมือนกับว่าคุณหนูใหญ่ตายไปแล้วด้วย รู้ไหมว่ามันเหนื่อยแค่ไหน!
กระทั่งว่าตอนเห็นคุณชายรอง พวกเขายังต้องทำท่าทางโศกเศร้าเสียใจ ช่างลำบากจริงๆ…
“เรื่องนี้…ข้าน้อยก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับ ข้าเองก็ไม่ได้พบคุณหนูใหญ่มานานมากแล้ว…” พ่อบ้านมีสีหน้าลำบากใจพลางตอบไปอย่างจริงใจ
ทุกสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริงทั้งนั้น!
ตั้งแต่วันที่คุณหนูใหญ่แกล้งตายเป็นต้นมา นางก็เหมือนกับย้ายออกไปจากบ้านนี้แล้ว!
เมื่อวานชุนเอ๋อร์ยังบ่นว่าเพราะคุณชายรองนี่แหละที่ทำให้คุณหนูใหญ่ไม่สามารถกลับบ้านตัวเองได้ น่าสงสารจริงๆ!
“เจ้าหลอกข้า! บอกมานะ! พี่หญิงใหญ่ของข้าอยู่ไหน ไม่อย่างนั้น ไม่อย่างนั้นข้าจะเผาเจ้าซะ!” เซี่ยผิงไหวแทบจะระเบิดแล้ว
พ่อบ้า