ด้วย
เหตุผลหลักๆ ก็คือเขากลัวว่าเปาจิ้นจะปากแข็ง หากมีคนในครอบครัวอยู่ในมือเขาด้วยก็จะสอบสวนได้ง่ายหน่อย
หลังจากผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยาม พวกเขาก็ถูกจับตัวมา
ชีไหวมึนงงไปหมด
เขาเพิ่งจะกลับมาจากสำนักศึกษาก็ถูกจับตัวมาทันที และคนที่มาก็เป็นคนของศาลตัดสินคดีด้วย!
บัดนี้ใบหน้าของเขาซีดขาวซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาตกใจอยู่ไม่น้อย พอได้เห็นหน้าเซี่ยผิงกั่งที่มีรังสีอำมหิต เขาก็รู้สึกขี้ขลาดหวาดกลัวขึ้นมาทันที ไม่มีความมั่นใจเหมือนตอนที่อยู่ในสำนักศึกษา “ท่าน ท่านจับข้ามาทำไม!”
“คงจะไม่ได้ชวนเจ้ามาจิบชาสนทนากันแน่” เซี่ยผิงกั่งหัวเราะร่า “พูดมาตามตรง เจ้ารู้จักผงแหวนเงินหรือไม่!”
“…” ชีไหวใจสั่นสะท้านทันที แต่สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นเครื่องมือทรมานที่แขวนอยู่บนผนัง เขากลืนน้ำลาย “รู้ รู้… ญาติ ญาติห่างๆ ของข้าจับงูตัวเล็กๆ สวยงามสองสามตัวมาให้ข้าดู กลัวว่าข้าจะถูกกัด เขาส่งให้ข้าสองขวด…”
สามารถแก้พิษงูได้
ไม่มีอะไรที่พูดไม่ได้
“เจ้าเคยพูดเรื่องนี้กับใครบ้าง” เซี่ยผิงกั่งถามอีก
ชีไหวครุ่นคิดเล็กน้อย “ไม่ ไม่มีใคร…”
เขาแค่บอกกับคนอื่นว่างูเหล่านั้นสวยงามมาก และไม่ได้พูดเรื่องอื่น
“เจ้าเคยพูดเรื่องผงแหวนเงินกับแม่นางต่งบ้างหรือไม่“ น้ำเสียงของเซี่ยผิงกั่งเปี่ยมเมตตา แต่คนที่ได้ฟังกลับหวาดกลัวและรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าเดิม
สมองของชีไหววิ่งวุ่น เขาคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน “ข้าอาจจะเคยพูดถึงนะ ตอนนั้นข้าบอกว่า