คราว…
บรรยากาศเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน
เมื่อเซี่ยเฉียวได้ฟังเรื่องราวที่ฉินหลิวเล่าให้ฟังแล้วก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ
ใบหน้าน้อยๆ นั่นมีสีแดงเรื่อ “อย่างนี้ก็ไม่เลวเลย ดีจริงๆ”
“ใช่แล้ว แต่ละที่ล้วนทำตามเมืองหลวง บรรยากาศแบบนี้ก็จะแพร่กระจายไปยังที่อื่นด้วยในไม่ช้า แต่ที่อื่น…ก็จะมีคดีแบบนี้เยอะขึ้น ดังนั้นการลงโทษด้วยการโบยก็จะต้องเบาลงหน่อย การคุมขังในคุกก็สามารถใช้เงินมาแลกเปลี่ยนได้ ไม่ได้ลงโทษหนักเท่ากับการตัดสินคดีในเมืองหลวง” ฉินหลิวเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวค่อนข้างพอใจมากแล้ว
ระยะแรกคงไม่สามารถที่จะเรียกร้องอะไรได้มาก ไม่เช่นนั้นคุกที่มีอยู่ก็คงไม่พอ
บรรยากาศของเมืองหลวงดีขึ้นเล็กน้อย แต่ที่อื่นๆ ก็ไม่ได้รับการดูแลปกครองที่ดีอย่างนี้
อย่างไรก็ตามในที่สุดก็นับว่ามีข่าวดีเสียที
“จริงสิ เมื่อวานข้าได้ยินว่าน้องชายของเจ้าทุบตีใครบางคน” ฉินหลิวเอ่ยขึ้นมาอีก
มือของเซี่ยเฉียวที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่หยุดชะงักลงทันที
“ที่เขาทุบตีก็คือชีไหว ใครๆ ก็บอกว่าชีไหวเป็นคนเริ่มหาเรื่องก่อน น้องชายของเจ้าก็ไม่รู้ว่าเอาความกล้าหาญมาจากไหนจึงได้พุ่งตัวเข้าไปต่อยตีเขาทันที จนเขาหมอบกับพื้นร้องขอความเมตตา!” ฉินหลิวตื่นเต้น
พี่น้องตระกูลเซี่ยนี้น่าสนใจจริงๆ
ไม่ว่าพี่ชายหรือน้องชายก็ครึกครื้นมีชีวิตชีวา
เมื่อเซี่ยเฉียวได้ยินว่าคนที่ถูกทุบตีคือชีไหว สีหน้าของนางก็กลับมาเป็นปกติทันที
นางเอ่ยขึ้นอย่างไร้อารมณ์ “เดิมที