น้าไปก่อน จากนั้นเขาก็บังคับให้ม้าเดินไปยังรถม้าที่จอดอยู่ “เจ้าจะมาฟ้องคดี?”
“ฟ้องคดี?” ต่งอีอวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย
“เมื่อเช้าบิดาเจ้าบอกว่าเจ้าโดนรังแก และจะหาว่าข้าเป็นคนทำให้ได้ แต่ข้าไม่ได้ทำเจ้าไม่รู้หรือ” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงเยาะออกมา
ต่งอีอวิ๋นได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ออกมา “พี่ใหญ่เซี่ย หากข้าฟ้อง…เรื่องแบบนี้ ข้าก็คงจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้แล้ว”
“มีชีวิตอยู่ได้หรือไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการฟ้องคดีด้วย?”เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้ว จู่ๆ เขาก็คิดว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างนอกนั้นเจ้าเล่ห์แค่ไหน ความคิดอ่านนั้นซับซ้อนจริงๆ “ในเมื่อเจ้าไม่ได้มาฟ้องคดี แล้วเจ้ามาที่นี่ทำไม”
แค่อยากมาดูท่านหน่อย…
ต่งอีอวิ๋นบ่นพึมพำในใจ แต่ไม่กล้าที่จะพูดออกมา
“ท่านพ่อ….ท่านพ่อของข้าไปถามเรื่องการแต่งงานถึงที่จวน ต้องขอโทษท่านด้วย” ต่งอีอวิ๋นรู้สึกประหม่าอยู่ในใจ
“เรื่องเล็กน้อย ไม่เป็นไร” เซี่ยผิงกั่งไม่ได้ถือสาจริงๆ
คนที่มาหาเรื่องเขาถึงที่มีถมไป นับประสาอะไรกับเรื่องแค่นี้
“ข้า…ข้า…” ต่งอีอวิ๋นไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี นางอึกอักลังเลไปครู่หนึ่งก็จะเอ่ย “พี่ใหญ่เซี่ย หากท่านเป็นข้า…ท่านจะทำอย่างไร”
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกงงงวย
เขาไม่คุ้นเคยกับแม่นางคนนี้ แล้วนางจะมาถามเขาเรื่องนี้ทำไม
“เจ้า…ถูกคนทำร้าย?” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถาม
ต่งอีอวิ๋นพยักหน้า
“อย่างนั้นก็ง่าย หากข้าเป็นเจ้า ใครก็ตามที่ทำให้ข้าไม่มีความสุข ข้าก็ทำใ