้ยัง…ต้องมาถูกพี่ชายแท้ๆ ที่คลานตามกันมาฆ่าตายแบบนี้อีก!
น่าสงสาร พี่หญิงใหญ่น่าสงสารมากจริงๆ!
เซี่ยผิงไหวร้องไห้ไม่ออก แม้แต่น้ำลายก็ยังไม่มี น้ำตาของเขาจะมาจากไหนได้
เขารู้สึกสิ้นหวังจริงๆ
“ฝังน้องหญิงใหญ่แล้ว ก็…ฝังเจ้าเด็กนี่ไปเลยเถอะ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอย่างเฉยชา
ทุกคนเริ่มหามโลงลงหลุม
ทันใดนั้น เชือกที่ผูกอยู่ก็ขาด ‘ผึง’ ด้วยสาเหตุอะไรก็ไม่รู้!
พวกเขายังอยู่ห่างจากหลุมที่ขุดเอาไว้พอสมควรเลยทีเดียว แต่โลงศพนั้นก็มาแตกออกเสียอย่างนี้ ฝาโลงก็เปิดกระเด็นออกมาด้วย!
ขณะนั้นเป็นเวลาพลบค่ำ เมฆแดงลอยอยู่บนท้องฟ้า และแม้ว่าดวงอาทิตย์จะไม่ส่องแสงเจิดจ้า แต่แสงก็ส่องมากระทบเขา ในขณะนั้นเซี่ยผิงไหวก็คิดไปว่าเขาได้เห็นแดนสวรรค์แล้ว
เขารู้สึกตกตะลึง ล้มลุกคลุกคลานสับสน เขาหรี่ตาเล็กน้อย หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็เห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น
รอบๆ นั้นมีเงาไม้ตะคุ่ม เต็มไปด้วยฝุ่นดินคละคลุ้ง มีกลิ่นของต้นไม้ใบหญ้า และยังมี…ใบหน้าของคนตระกูลเซี่ยจำนวนมาก และบนตัวของพวกเขาทั้งหมดต่างก็มีสีขาวเป็นส่วนประกอบกันคนละนิดคนละหน่อย…
เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้ว “โชคร้ายจริงๆ อยู่ดีๆ โลงก็ดันมาแตกจนได้? ช่างเถอะ เติมดินลงไปเลย ไม่ต้องสนใจฝาโลงนั่นแล้ว!”
เซี่ยผิงกั่งสั่งการเล็กน้อย จากนั้นบ่าวรับใช้ก็ลงมือขุดดินทันทีราวกับพวกเขาเป็นหุ่นเชิด
ทันใดนั้นเซี่ยผิงไหวก็รู้สึกได้ถึงก้อนดินที่ตกกระทบลงบนศีรษะเขาราวกับฟ้าถล่มลงม