ักพิงแก่นางได้สักระยะหนึ่ง นางจะทำตัวเป็นกุลสตรีแต่โดยดี และไม่ทำให้ตระกูลโจวต้องอับอายขายหน้า
ในจดหมายบอกเล่าเรื่องราวความจนใจของลูกพี่ลูกน้องเขาออกมาอย่างชัดเจน
ทันใดนั้นโจวเว่ยจงก็นึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อเร็วๆ นี้…ก็มีผู้อาวุโสถามไถ่เรื่องลูกพี่ลูกน้องของเขาขึ้นมาจริงๆ
คำพูดนัยว่าลูกพี่ลูกน้องของเขาดูเหมือนจะไม่เคารพผู้อาวุโส หลังจากที่บิดามารดาจากไปก็ยิ่งทำตัวทะเยอทะยาน…
พอโจวเว่ยจงได้อ่านจดหมายนี้แล้ว เขาก็เข้าใจเรื่องราวต่างๆ ได้เกือบหมดทันที
ที่บ้านของเขาจะต้องได้รับจดหมายมาตั้งนานแล้วแน่ๆ
พวกเขาจึงได้ถามที่อยู่ของนางกับเขา!
หากเขาพูดเรื่องนี้ออกไป เกรงว่าคงจะมีคนที่บ้านมาจับตัวน้องสาวของเขาส่งกลับไปที่ตงอันเป็นแน่!
โจวเว่ยจงรู้สึกสับสนมาก
เพราะ…เซี่ยผิงกั่ง
“สหายเซี่ย…น้อง…ชายของข้าอยู่ที่บ้านเจ้า มีอะไรที่ปรับตัวไม่ได้บ้างหรือไม่” โจวเว่ยจงไม่ไว้ใจเซี่ยผิงกั่ง
ก็ฟังที่เขาพูดเมื่อครู่นี้สิ!
เขาถึงกับพูดว่าแทบจะกินนอนกับน้องสาวเขาแล้ว!
แค่นั้นก็มากพอแล้ว?!
“ปรับตัวได้สิ! ข้าเอาเปรียบใครก็ได้ แต่จะไม่เอาเปรียบน้องชายเจ้าแน่” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอย่างเป็นธรรมชาติ
“เช่นนั้น…เจ้าเล่าให้ข้าฟังหน่อยได้ไหมว่า ปกติแล้วน้องชายของข้าทำอะไรบ้าง” โจวเว่ยจงเอ่ย
เซี่ยผิงกั่งครุ่นคิดเล็กน้อย “น้องชายของเจ้าออกไปข้างนอกเป็นบางครั้ง เห็นบอกว่าจะไปตามหาคน ปกติส่วนใหญ่ก็อยู่ที่บ้านข้า ฟ้ายังไม่ทันสว่