ร!
หรือบางที…ใต้เท้าเหยียนได้เปลี่ยนความคิดไปเสียแล้ว คิดว่ารัชทายาทก็ไม่เลวเหมือนกัน จึงไม่คิดที่จะเป็นปฏิปักษ์กับฝ่าบาทอีก? กระทั่งว่า…
เป็นไม่ได้หรือไม่ว่าฝ่าบาทจะระบายโทสะเป็นการส่วนพระองค์กับใต้เท้าหยียนไปแล้ว ตอนนี้ใต้เท้าเหยียนที่เหมือนกับเม่นพองขนก็ไม่ปานผู้นี้จึงได้สงบลงอย่างกะทันหันเช่นนี้!?
ใต้เท้าหลายคนรู้สึกงุนงง หลังจากผ่านไปสักพักก็มีใต้เท้าคนหนึ่งพูดขึ้นมา “ข้าได้ยินมาว่า…เมื่อวานใต้เท้าเหยียนเชิญนักพรตปีศาจนั่นไปที่บ้าน…”
พอทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจได้ในทันที
ใต้เท้าเหยียนก็เหมือนกับหนิงเป่ยอ๋อง ตอนนี้พวกเขาเป็นคนของรัชทายาทแล้ว!
เหตุใดจึงพูดเช่นนั้นน่ะหรือ
หากคิดดูให้ดี นักพรตปีศาจโม่นั่นเป็นแขนขาของรัชทายาท ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองนั้นใกล้ชิดกันมาก ใครก็ตามที่เคยติดต่อคบหาก็นักพรตปีศาจนั่นก็ลงเอยไปอยู่ฝ่ายรัชทายาทกันแทบทุกคน! ใต้เท้าเหยียนหรือจะเป็นข้อยกเว้น!
เมื่อพวกเขาได้รู้เช่นนั้น สายตาที่ทุกคนมองใต้เท้าเหยียนก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมทันที
ไม่ใช่คนที่ลงเรือลำเดียวกันอีกต่อไป!
ในการประชุมที่ท้องพระโรงในวันนั้นมีคนพูดถึงรัชทายาทขึ้นมาจริงๆ แต่ฮ่องเต้ทรงรู้สึกเคยชินกับมันเสียแล้ว พระองค์กำลังจะเอ่ยตำหนิอย่างที่เคยทำมาตามสัญชาตญาณ แต่หลังจากที่ทรงกวาดตามองไปรอบๆ ก็พบว่ามีบางคนที่คุ้นเคยหายไปจากบรรดาคนที่ลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์
ประหลาด! ใต้เท้าเหยียนกลับไม่ได