่ยเฉียวนุ่มนวลราวกับขนนก “ไปดูมารดาของเจ้าเถอะ แล้วให้ท่านหมอจ่ายยาสงบจิตใจบำรุงนางหน่อย อีกอย่าง…”
เซี่ยเฉียวย่อกายลง แล้วค้นในตะกร้าไม้ไผ่อยู่สักพักก่อนจะหยิบกระดาษยันต์ที่พับไว้แล้วออกมา “เอาไปใส่ไว้ในดอกบัว แล้วแขวนไว้หน้าเตียงนอน ผ่านไปเจ็ดวันแล้วค่อยเอาลง”
เหยียนหรูจวงรับของมาด้วยความงุนงง
นางอยากจะดีใจ แต่…มารดาของนางยังไม่ได้สติ จะรักษาหายได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้แน่ชัด นางจึงยิ้มไม่ออก
แต่ปรมาจารย์ก็บอกแล้วว่ามารดาของนางจะหายดี…
เหยียนหรูจวงรู้สึกประหม่า นางจึงไม่รู้จะพูดอะไรดีในเวลานี้
“ราคาพิเศษหนึ่งตำลึง” เซี่ยเฉียวมองนางพลางยื่นมือออกไป
มือของนางเรียวงาม เหยียนหรูจวงมองจนตะลึงไปเลย แต่จู่ๆ นางก็ได้สติคืนมา แล้วจึงรีบสั่งให้พ่อบ้านไปเบิกเงินมา
นางย่อมไม่อาจให้ปรมาจารย์แค่เงินหนึ่งตำลึงได้อยู่แล้ว แต่นางเองก็ไม่รู้ว่าเท่าไรจึงจะเหมาะสม และยิ่งไม่รู้ว่าหนิงเป่ยอ๋องและตระกูลหลี่ให้ไปเท่าไร ดังนั้นนางจึงได้ให้พ่อบ้านไปนำเงินมาหนึ่งร้อยตำลึง แต่น่าเสียดายที่นางยังไม่ทันได้พูดจบ เซี่ยเฉียวก็เอ่ยขึ้นก่อน “ข้าบอกแล้วว่าหนึ่งตำลึง ก็จะขอรับเพียงเท่านี้ แม่นางเหยียนอย่าได้ทำลายชื่อเสียงของข้าเลย”
“…” เหยียนหรูจวงว่าง่ายราวกับกระต่ายตัวหนึ่ง นางรีบพยักหน้าทันที
ตอนที่ปรมาจารย์…รับเงินยังสง่างามน่าเกรงขามขนาดนี้
ใต้เท้าเหยียนอยู่ในห้อง ดังนั้นตอนนี้เซี่ยเฉียวจึงรับเงินมาอย่างราบรื่น หล