ลับไม่ยอมบอกพวกนาง…
เซี่ยเฉียวไม่ได้รู้สึกร้อนใจอะไร นางเอ่ยขึ้นสบายๆ “เมื่อครู่ตอนที่หม่อมฉันเพิ่งกลับเข้ามาในตำหนัก แม่นางเหล่านี้ก็เอาแต่ครหาหม่อมฉัน หม่อมฉันคิดจะอธิบาย พอพูดไปได้ครึ่งหนึ่งก็ถูกแม่นางต่งตัดบทเสียก่อน หม่อมฉัน…”
เซี่ยเฉียวกับท่าทางไร้เดียงสาและน่าสงสาร “กุ้ยเฟย หม่อมฉันคิดจะบอกความจริงแก่พวกนางอยู่หลายครั้ง แต่พวกนาง…ไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น พลางว่าหม่อมฉันใจคอโหดเหี้ยมเย็นชา หม่อมฉันไม่มีโอกาสได้โต้แย้ง พวกนางแน่วแน่ที่จะไปขอความเมตตาด้วยตนเอง…หม่อมฉันพูดไม่ออกจริงๆ รู้สึกลำบากใจอย่างยิ่ง”
แววตาของเซี่ยเฉียวชัดเจน สีหน้าของนางแสดงออกว่าทำอะไรไม่ได้
กระทั่งยังแสดงสีหน้ากังวลและจนปัญญา
เทียบกับท่าทางน่าสงสารของต่งซีอวิ๋นแล้ว ทักษะการแสดงละครของเซี่ยเฉียวนั้นเหนือกว่าอีกขั้น
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้
ต่งซีอวิ๋นเองก็แข็งทื่อไปทั้งร่าง นางปรับความคิดจนนึกขึ้นได้แล้ว
เซี่ยเฉียวดูเหมือน…ต้องการจะพูดจริงๆ เพียงแต่ตอนนั้นนางไม่ได้ใส่ใจและขัดคำพูดของนาง หากจะพูดอย่างนั้นตอนนั้นเซี่ยเฉียวก็คิดจะบอกเรื่องคนสวนทำชั่วจริงๆ?
จู่ๆ ต่งซีอวิ๋นก็รู้สึกราวกับนางกำลังกลืนขี้นกลงไป
“กุ้ยเฟย หม่อมฉันเป็นพยานได้ แม่นางเซี่ยคิดที่จะอธิบายจริงๆ แต่แม่นางต่งกลับไม่ให้โอกาสนางเลย แม่นางเซี่ยจึงได้กลายเป็นคนเลือดเย็นไปเสียอย่างนั้น นางต่างหากที่เป็นผู้บริสุทธิ์” ฟ