้วรอยเท่าไรนัก ดูแทบจะเหมือนกับคนวัยเดียวกับฮองเฮากระนั้น
เหมยไท่เฟยผู้นี้อยู่ในวังไม่ออกไปไหนมาหลายปีแล้ว ฮองเฮาเองก็ทรงได้พบกับนางบ้างนานๆ ครั้งเท่านั้น
เมื่อลองคิดดูให้ดี หลายปีมานี้ทุกครั้งที่ฮองเฮาได้พบเหมยไท่เฟยก็ดูเหมือนนางจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากเท่าใด
เวลานี้ฮองเฮาไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากนัก
พอเหมยไท่เฟยเดินออกมาจากตำหนักของตนเอง จ้าวเสวียนจิ่งก็สั่งให้คนเข้าไปค้นในตำหนักของนางทันที
“เอาของออกมา” จ้าวเสวียนจิ่งสั่งการ
ทันทีที่จ้าวเสวียนจิ่งพูดจบ พวกขันทีก็ยกของออกมามากมาย
ใบบรรดาสิ่งของมากมายเหล่านั้น มีโถสีแดงและสีขาวสองใบซึ่งมีขนาดไม่เล็ก และไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้น นอกจากนี้ยังมีขวดกระเบื้องธรรมดาจำนวนหนึ่งที่บอกว่าเป็นขนมที่ใช้ขี้ผึ้งผนึกปากขวดไว้
ดูแปลกๆ ทั้งนั้น
พอเหมยไท่เฟยเห็นของเหล่านั้นสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที “เหตุใดฮองเฮาจึงสั่งให้คนไปแตะต้องของของข้าด้วย! ข้าอยู่ในวังหลายปีมานี้ยังไม่สงบเสงี่ยมพออีกหรือ! ถึงต้องสร้างความอับอายให้กันถึงขนาดนี้ด้วย หากรู้อย่างนี้ตอนนั้นข้าติดตามฮ่องเต้องค์ก่อนไปไม่ดีกว่าหรือ!”
ฮองเฮาเองก็รู้สึกปวดหัวไปกับคำพูดของนาง
นางลูบคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองรัชทายาทแล้วเอ่ย “นี่เป็นการผิดกฎหรือไม่”
มันคงต้องเป็นเช่นนั้นแหละ มิฉะนั้นลูกชายของนางคงไม่ทำเสียเอิกเกริกขนาดนี้
เพียงแต่ว่านางเองก็สงสัยเหมือนกันว่าของพวกนี้คืออะไร จึงสามารถทำใ