ไหมสีน้ำเงินของเซี่ยเฉียวนั้น ต่งซีอวิ๋นก็ปรากฏกายขึ้นอย่างกะทันหัน “แม่นางเซี่ย เจ้าออกไปดูดอกหมู่ตันที่ข้างนอกกับข้าเถอะ…”
“…” รัชทายาท
“…” เซี่ยเฉียว
สีหน้าของทั้งคู่ดูไร้เดียงสา
สีหน้าของรัชทายาทยิ่งดำทะมึนลงไปอีก ดวงตาของผู้หญิงคนนี้ไปงอกไปอยู่ที่ฝ่าเท้าหรือจึงได้ไม่รู้จักสังเกตอะไรเลย
“คนงามบุปผาต้องหลบซ่อนด้วยความอาย หญิงอัปลักษณ์ต้องใช้ดอกไม้มาปิดบัง เจ้าสองคนไปดูดอกไม้ด้วยกัน ตกลงแล้วดอกไม้นี้จะต้องบานหรือไม่บานกันแน่จึงจะดี?” น้ำเสียงของจ้าวเสวียนจิ่งต่ำลึก เขามองต่งซีอวิ๋นด้วยสายตารังเกียจโดยไม่ปกปิดความไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย
ต่งซีอวิ๋นตกตะลึงกับคำพูดของรัชทายาท
คำพูดเหล่านั้นวกวนอยู่ในหัวของนางไม่หยุด
พอนางได้สติขึ้นมาแล้ว เลือดก็สูบฉีดไปทั่วไปหน้า อับอายยิ่งนัก!
รัชทายาทหมายความว่าอย่างไร เซี่ยเฉียวคือคนงาม ดังนั้นหากนางไปดูดอกไม้ ดอกไม้ก็จะต้องอับอาย? ส่วนนางก็จะต้องใช้ดอกไม้เพื่อปกปิดใบหน้านี้?!
เซี่ยเฉียวอดรู้สึกมีความสุขขึ้นมาไม่ได้ฃ
นางนึกไม่ถึงเลยว่าจ้าวเสวียนจิ่งจะปากร้ายเช่นนี้?
“รัชทายาท…” น้ำเสียงของต่งซีอวิ๋นสั่นเทา ทำไม ทำไมเขาจึงได้รังแกนางเช่นนี้เล่า
นางทำอะไรผิดหรือ
“หากเจ้าไม่มีอะไรทำก็กลับไปเถอะ ข้าเห็นว่าเจ้าสี่เองก็ไม่อยู่แล้ว ท่าทางสวยสดงดงามจิ้งจอกกระดิกหางของเจ้าก็ไม่มีคนเห็นแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งย่อมรู้ว่าเซี่ยเฉียวไม่ชอบต่งซีอวิ๋นอย่างยิ่ง
เพื่อแสดง