ช่นนั้น
“แม่นางเซี่ยพูดจาเหลวไหลอะไรน่ะ ข้าก็บอกแล้วนี่ว่าเรื่องนี้เป็นการเข้าใจผิด! ข้าก็แค่เคยเห็นพี่ชายของเจ้าจากที่ไกลๆ เท่านั้น ไม่ได้ถูกเขาทำรุ่มร่ามใส่สักหน่อย!” ต่งซีอวิ๋นหวาดกลัวยิ่งนัก นางรีบเหลือบไปมององค์ชายสี่ทันที
ก่อนหน้านี้นางปรักปรำเซี่ยผิงกั่งเพราะต้องการเล่นงานน้องสาวของตนเท่านั้น
แต่ตอนนี้นางเป็นว่าที่พระชายาขององค์ชายสี่แล้ว นางจะมีชื่อเสียงไม่ดีเช่นนี้ไม่ได้!
เซี่ยเฉียวยิ้ม “เรื่องดีไม่ดีเจ้าก็พูดมาหมดแล้ว ช่างเถอะ เจ้าบอกว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น…ก็ว่าตามนั้น แต่พี่ชายของข้าไม่ใช่คนดีอะไร เรื่องนี้จริงหรือไม่จริงข้าก็ไม่อาจรู้ได้ คงมีแต่สวรรค์เท่านั้นที่รู้”
ต่งซีอวิ๋นรู้สึกไม่สบายใจ
เซี่ยเฉียวคงจะไม่พูดจาเหลวไหลกับคนอื่นหรอกนะ?!
นางเป็นน้องสาวของเซี่ยผิงกั่ง หากเกิดนางพูดเรื่องอะไรทำนองนี้กับคนนอกแล้ว องค์ชายสี่จะรังเกียจนางหรือไม่
ต่งซีอวิ๋นเริ่มรู้สึกตื่นตระหนกลนลาน ในฐานะศัตรูนางรู้สึกว่าเซี่ยเฉียวคงจะไม่ยอมปล่อยโอกาสดีๆ เช่นนี้ไปแน่
นางรู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้ว หากรู้อย่างนี้ตอนนั้นนางคงไม่ใช้ไม้นี้จนทำให้ชื่อเสียงของตนเองต้องแปดเปื้อนไปด้วย ไม่คุ้มเลย!
เซี่ยเฉียวยังคงมีท่าทีสงบนิ่งใจเย็น
ผ่านไปสักพักฮ่องเต้ ฮองเฮา และพระสนมทั้งหลายก็จากไป ทิ้งโอกาสให้หญิงสาวทั้งหลายได้พูดคุยกัน
รอบกายเซี่ยเฉียวมีคนมารุมล้อมมากมายในชั่วพริบตา
“เมื่อครู่นี้พวกข้าอยู่ไกลเกินไป แ