็นพระชายารัชทายาทได้!”
เวินหลันเฉิงเห็นว่าเขากระตุ้นนางมากพอแล้วจึงไม่คิดที่จะอยู่ต่อไปเพื่อดูนางร้องไห้
“เย่ว์เหนียง ต่อไปข้าไม่อยากได้ยินเจ้าออกความเห็นเกี่ยวกับรัชทายาทและพระชายาตามอำเภอใจ มิฉะนั้นข้าจะต้องให้เจ้าได้เรียนรู้กฎระเบียบบ้างแล้ว” เวินหลันเฉิงก็ยังเอ่ยขึ้นอีกก่อนจะจากไป
แต่ในขณะนั้นเผยหว่านเย่ว์ไม่ได้ยิ้นอะไรทั้งสิ้น
นางรู้แค่ว่าเซี่ยเฉียวกลายเป็นพระชายารัชทายาทแล้ว
ในหัวของนางปรากฏภาพฉากที่นางและเซี่ยเฉียวเคยยืนอยู่ด้วยกันอย่างห้ามไม่ได้ นางยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ
ทำไมคนที่ด้อยกว่าจะต้องเป็นนางเสมอเลยเล่า!
เซี่ยเฉียวมาจากวัดนะ นางจะนับเป็นอะไรได้
ทันใดนั้นเผยหว่านเย่ว์ก็เบิกตากว้างแล้วยืนขึ้นจากพื้น
“วัด…จริงสิ วัด…” เผยหว่านเย่ว์บ่นพึมๆ พำๆ ท่าทางนางเหมือนคนเสียสติเล็กน้อยจนสาวใช้ต่างพากันตกใจ
นางจำได้ว่าท่านแม่นางเคยพูดไว้ว่า ตระกูลเซี่ย…แปลกมาก ผิดปกติอย่างมาก! ตอนนั้นนางไม่ได้ใส่ใจ แต่ตอนนี้พอมาคิดๆ ดู…ท่านแม่ของนางพูดถูก!
เซี่ยหนิวซานบอกว่าแปดอักษรของเขากับของลูกสาวขัดแย้งกัน ดังนั้นจึงได้ส่งเซี่ยเฉียวไปอยู่ที่วัด…
แต่ตอนที่ไปรับเซี่ยเฉียวเหตุใดเขาจึงต้องมอบจี้ขับไล่ความชั่วร้ายให้เซี่ยเฉียวด้วย? อีกอย่าง หลังจากที่เซี่ยเฉียวกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว นางก็ไม่ยอมใกล้ชิดกับทุกคนในบ้าน กับพี่ชายน้องสาวก็เหมือนกัน!
ทั้งๆ ที่เซี่ยหนิวซานรักใคร่เอ็นดูเซี่ยเฉียวอย่างเห