่องเต้ก็ทรงออกปากชมเขาไปตั้งสี่ห้าครั้งแล้ว หากคนผู้นี้ยืนหยัดอยู่ฝ่ายรัชทายาทจริงๆ แล้วล่ะก็ อำนาจฝ่ายรัชทายาทก็จะยิ่งมั่นคงขึ้น” ใต้เท้าเมิ่งไม่พอใจอย่างยิ่ง
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ อำนาจบารมีของรัชทายาทช่วงนี้เติบโตขึ้นอย่างมาก
ก่อนหน้านี้มีแค่ไม่กี่คนในราชสำนักที่จะยืนอยู่ฝ่ายรัชทายาท
แต่ช่วงนี้ความนิยมของรัชทายาทกลับดีขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
ทั้งๆ ที่รัชทายาทเป็นคนทำลายบุตรชายคนโตของหนิงเป่ยอ๋องแท้ๆ แต่หนิงเป่ยอ๋องก็ยังออกหน้าแทนเขา ยังมีตระกูลหลี่ที่ปกติแล้วไม่สนใจเรื่องราวบ้านเมืองใดๆ นั่นอีก ช่วงนี้พวกเขากลับเกิดความคิดในเส้นสายผู้ใต้บังคับบัญชา พวกนั้นเริ่มให้การสนับสนุนรัชทายาทแล้ว
และยังมีเวินหลันเฉิงอีก
อย่าได้มองว่าเขาเป็นแค่จอหงวนตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น เวินหลันเฉิงคนนี้นับเป็นคนที่มีอนาคตที่สุดแล้วในบรรดาผู้เข้าสอบทั้งหมด เขายังเป็นผู้นำของคนยากคนจนด้วย หากเขาเป็นพวกที่ทำตัวหยิ่งยโสก็แล้วไปเถอะ แต่เขากลับเป็นคนอบอุ่นอ่อนโยน นิสัยน่าชื่นชม ทำให้เขามีชื่อเสียงในหมู่บัณฑิตอย่างยิ่ง!
ได้ยินว่าเขายกย่องชื่นชมรัชทายาทหลายครั้งหลายคราจนทำให้บัณฑิตหนุ่มเหล่านั้นนิยมชมชอบรัชทายาทมากยิ่งขึ้น
ยังมีตระกูลเซี่ยนั่นอีก
เดิมทีใต้เท้าเมิ่งคิดว่าหลานชายของเขานั้นจะต้องชนะได้แน่ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้
“ไม่ว่าไม้อ่อนหรือไม้แข็งก็ไม่เป็นผลกับเวินหลันเฉิง